"ทำงานที่บ้าน" ลดแรงค้านแนวคิดนายกรัฐมนตรีแก้ฝุ่น

"ทำงานที่บ้าน" ลดแรงค้านแนวคิดนายกรัฐมนตรีแก้ฝุ่น

"ทำงานที่บ้าน" ลดแรงค้านแนวคิดนายกรัฐมนตรีแก้ฝุ่น

รูปข่าว : "ทำงานที่บ้าน" ลดแรงค้านแนวคิดนายกรัฐมนตรีแก้ฝุ่น

นักวิชาการสิ่งแวดล้อม ชี้มาตรการนายกรัฐมนตรี กำหนดห้ามคนใช้รถยนต์ส่วนตัวคนเดียวขับเข้าพื้นที่ กทม.เพื่อลดปัญหารถติดเยอะเพิ่มฝุ่น อาจมีแรงค้านเยอะ หนุนคนทำงานที่บ้านแทน ช่วยลดปริมาณรถวิ่งเข้าเมือง-ลดมลพิษ

กรณีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เสนอมาตรการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศจากฝุ่นละอองที่เกินมาตรฐาน โดยเฉพาะด้านจราจรที่ติดขัดที่เป็นสาเหตุของมลพิษว่าต่อไปอาจจะต้องให้ใช้รถดีเซลวิ่งตามวันคู่วันคี่ หรือในรถต้องนั่งมากกว่า 1 คน รวมทั้งแท็กซี่ต่อไปก็นั่งคนเดียวไม่ได้ต้องลากคนขึ้นไปด้วย ซึ่งทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจจะไม่ค่อยมีเสียงสนับสนุน

วันนี้ (1 ก.พ.2562) นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา ที่ปรึกษาสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย อดีตอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ (คพ.) กล่าวว่า  แนวคิดนี้อาจจะมีเสียงคัดค้านเยอะ และคนที่ได้รับผลกระทบจะไม่เอาด้วย สิ่งที่ทำได้แค่ขอให้คนทำงานจากที่บ้านได้ สามารถเริ่มได้ทันที น่าจะเป็นอะไรที่หลายๆ คนทุกฝ่ายรับได้ เพราะคนที่ต้องขับรถมาทำงาน ก็ไม่ต้องขับรถเข้ามาในกรุงเทพฯ เท่ากับลดจำนวนรถที่จะเข้ามาติดและเกิดมลพิษลงไปได้ส่วนหนึ่ง

 

นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา

นายสุพัฒน์ หวังวงศ์วัฒนา

ถ้าออกมาตรการหรือระบบต่างๆมาแก้ปัญหา ต้องอยู่ในระดับที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ การทำงานจากบ้าน คนที่ขับรถเข้ามาในเมืองก็ไม่ต้องเข้า เชื่อว่าเป็นอะไรที่สังคมคมรับได้ แรงหรือเสียงคัดค้าน ก็จะน้อยลง เสนอว่าน่าจะทำโพลสำรวจว่ามีคนเห็นด้วยมากน้อยแค่ไหน

นอกจากนี้นายสุพัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนข้อเสนอให้ปรับลดค่ามาตรฐานเฉลี่ยฝุ่น PM 2.5 รายปีจาก 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เป็นแค่ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก เชื่อว่าคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ น่าจะนำไปพิจารณา เพราะเป็นเรื่องระยะยาวและรองรับแผนแก้ปัญหาที่รัฐบาลต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ควบคู่กับการปรับเปลี่ยนรถยนต์มาตรฐานยูโร 5 และ 6 ก็จะช่วยให้รถถเก่าที่มาตรฐานเดิม ทยอยหายไปจากถนน เหมือนกันอดีตที่รัฐบาลแก้ปัญหามลพิษทางอากาศด้วยการเลิกใช้น้ำมันสารตะกั่ว ก็ส่งผลให้คุณภาพอากาศในกทม.ดีขึ้น แต่ถ้าไม่เริ่มวันนี้ก็จะเลื่อนออกไปเรื่อยๆ ปัญหาก็จะยังไม่ได้รับการแก้ไข

 

แก้ปัญหา PM 2.5 นายกฯ ต้องสั่ง

สอดคล้องกับ นายธงชัย พรรณสวัสดิ์ อดีตอาจารย์ประจำสาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในประเทศไทย เพียงแต่ท่าทีของประชาชนและรัฐบาลที่อาจจะมองปัญหาอย่างไม่ได้จริงจัง

ฝุ่นละอองขนาดเล็กมันเกิดขึ้นมา 5-6 ปีแล้ว ตัวเลขในแต่ละปีก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ปีนี้ประชาชนมีความตื่นตัวมากกว่าปีก่อนๆ และเริ่มมองเห็นปัญหา เช่น การก่อสร้าง การเผาในพื้นที่การเกษตร หรือแม้แต่การใช้รถยนต์ดีเซล ซึ่งอย่างหลังเป็นตัวการหลักที่ทำให้เกิดฝุ่น PM 2.5 มากที่สุด

 

นายธงชัย กล่าวว่า จะแก้ปัญหา PM 2.5  นายกรัฐมนตรี หรือ PM (Prime Minister) ต้องกล้าสั่งการเพื่อแก้ปัญหาทำให้สถานการณ์ฝุ่นละอองดีขึ้นทั้งในระยะสั้นและระยะยาว สิ่งแรกที่สามารถทำและสั่งการได้เลย คือ ประกาศให้คนสามารถทำงานที่บ้านได้ ซึ่งจะสามารถลดปริมาณรถยนต์บนท้องถนนได้ 30-40 % ช่วยทำฝุ่นละอองในอากาศที่คนกรุงเทพฯกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้บรรเทาลง

เปรียบเทียบเหมือนเราเป็นหนอง เราจะกรีดหนองออกมันต้องเจ็บถ้าไม่ยอมเจ็บอะไรเลยจนมันเน่าจะยิ่งอันตราย เพราะฉะนั้นจะมาบอกว่าไม่ยอมเดือดร้อนอะไรเลยไม่ได้หรอกมันต้องทำ

ส่วนมาตรการการให้โรงเรียนปิดเป็นการชั่วคราว ช่วยไม่ให้เด็กได้รับฝุ่นละอองในอากาศมากมากเกินไป ถือเป็นสิ่งดี เพราะเด็กเป็นกลุ่มเสี่ยง และเป็นการส่งสัญญาณให้สังคมได้รับรู้ว่าปัญหานี้มันมีอยู่ในบ้านเมือง สะท้อนไปถึงรัฐบาล นักการเมือง ว่าจะต้องแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ได้

กำหนดตัวเลขค่าฝุ่นใหม่เพื่อคน "กลุ่มเสี่ยง"

นายธงชัย กล่าวว่า ปัจจุบันเรายังไม่มีการกำหนดค่ามาตรฐานของฝุ่นละออง สำหรับกลุ่มเสี่ยง เช่น เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และสตรีมีครรภ์ ซึ่งการเผชิญกับมลพิษในอากาศจากฝุ่นละอองระหว่างตั้งครรภ์ซึ่งอันตรายอย่างมาก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานเพื่อปกป้องคนกลุ่มนี้โดยเฉพาะ และอาจต้องทำความเข้าใจว่ามาตรฐานดังกล่าวไม่สามารถใช้กับประชาชนทั่วไปได้ เพราะอาจจะสร้างความสับสนและตื่นตระหนก หากทำได้มองว่าปัญหาจะดีขึ้น

หน่วยงานของรัฐ-เอกชน ให้หยุด-ทำงานที่บ้าน

ขณะที่หน่วยงานของรัฐบาลและเอกชน ออกหนังสือภายในอนุญาตให้พนักงานหยุดงานเพื่อความปลอดภัยทางสุขภาพ หลังสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5

รศ.วิลาสีนี พิพิธกุล ผู้อำนวยการ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส) ลงนามประกาศให้พนักงานสามารถหยุดงานได้ครั้งละไม่เกิน 2 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ม.ค.-3 ก.พ. โดยไม่คิดเป็นวันลา แต่ต้องไม่กระทบงานในความรับผิดชอบตามปกติ และขึ้นกับดุลพินิจผู้อำนวยการสำนักในการพิจารณาอนุญาตเป็นรายบุคคลตามความเหมาะสมต่อไป

เช่นเดียวกับสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐและเอกชนซึ่งได้ออกมาตรการดูแลสุขภาพพนักงานเช่นกัน โดยสายงานบริหารทรัพยากรบุคคลธนาคารออมสิน เห็นควรให้พนักงานและลูกจ้าง ที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ครอบคลุมจังหวัด นนทบุรี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม และปทุมธานี และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงได้รับผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก เช่น ผู้ที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัว เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

รวมทั้งผู้ที่มีบุตรหลานแต่ไม่มีคนดูแล เนื่องจากประกาศปิดสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ ในวันที่ 1 ก.พ. โดยให้หัวหน้าหน่วยงานระดับผู้จัดการสาขาขึ้นไป พิจารณาอนุญาต และให้ผู้อำนวยการเขต บริหารจัดการอัตรากำลังของหน่วยงาน เพื่อไม่ให้กระทบงานธนาคาร

เช่นเดียวกับ ธนาคารกสิกรไทย นายบัณฑูร ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ได้ประกาศแนวทางดูแลพนักงานในภาวะฝุ่น PM 2.5 ในอากาศสูงกำหนดให้พนักงานที่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ และผู้ที่โรคประจำตัวทางเดินหายใจ หรือ ผู้มีบุตรหลาน ที่ต้องดูแลจากการปิดสถานศึกษาสามารถปฏิบัติงานที่บ้านได้ ระหว่างวันที่ 31 ม.ค.-5 ก.พ.62

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรี ขู่ลงดาบผู้ว่าฯ คุมเข้มปราบฝุ่นพิษ

 

 

กลับขึ้นด้านบน