วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

รูปข่าว : วันแรก รับสมัคร ส.ส.ทั่วไป สุดคึกคัก

บรรยากาศการเปิดรับสมัคร ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.วันแรก บรรยากาศโดยรวมเป็นไปอย่างคึกคัก พื้นที่ภาคเหนือและอีสานเป็นการขับเคี่ยวของพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทยที่มี ส.ส.ย้ายสังกัดจำนวนมาก

วันนี้ (4 ก.พ.2562) วันนี้เป็นวันแรกในการเปิดรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.บรรยากาศทั่วไปเป็นไปอย่างคึกคัก มีกองเชียร์และผู้สมัครทยอยเข้ารับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.กันเป็นจำนวนมาก ขณะที่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานน่าจับตาเพราะเป็นพื้นที่ฐานเสียงสำคัญของพรรคเพื่อไทย ที่มี ส.ส.ย้ายออกไปสังกัดพรรคอื่นจำนวนมาก

พรรคใหญ่ส่งผู้สมัครเกือบทุกเขตทั่วกรุง

การรับสมัคร ส.ส.เขตกรุงเทพฯทั้ง 30 เขต ที่ศูนย์อาคารกีฬาเวศน์ สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ภาพรวมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองเชียร์ แกนนำพรรค พร้อมด้วยผู้สมัครเดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้าทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคประชาธิปัตย์ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคอนาคตใหม่ โดยส่วนใหญ่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันแทบทุกเขต และเมื่อได้หมายเลขผู้สมัครก็เดินหน้าหาเสียงทันที เพราะเป็นสนามที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง

 

 

ภาคใต้เน้นสมานฉันท์-ลดขัดแย้ง

ขณะที่ การสมัคร ส.ส.ในจังหวัดภาคใต้ ก็มีความคึกคักไม่แพ้กัน โดยที่ จ.สุราษฎร์ธานี มีผู้สมัคร ส.ส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ใน 6 เขตเลือกตั้ง เกือบ 100 คน ขณะที่ จ.นครศรีธรรมราช ก็มีผู้สมัครจาก 10 พรรคการเมืองเข้ายื่นใบสมัคร

 

 

นอกจากนี้ในพื้นที่ จังหวัดชายแดนใต้อย่าง จ.ปัตตานี มีตัวแทนพรรคการเมืองเกือบ 10 พรรค เดินทางมาลงสมัคร ตั้งแต่ช่วงเช้า ขณะที่ กกต.เรียกร้องให้ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ยึดถือแนวทางการเลือกตั้งเชิงสมานฉันท์ เพื่อลดความขัดแย้ง และความรุนแรงในช่วงเลือกตั้ง

ขณะที่พรรคการเมืองหลายพรรค ชูนโยบายเดินหน้ากระบวนการพูดคุยสันติสุข เพื่อแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ภาคอีสาน “เพื่อไทย ชน พลังประชารัฐ”

สำหรับบรรยากาศรับสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ วันแรก เป็นไปด้วยความคึกคึกไม่แพ้ที่อื่น โดยเป็นการสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างพรรคพลังประชารัฐและพรรคเพื่อไทย โดยเฉพาะจ.นครราชสีมาที่ จำนวน ส.ส.มากที่สุดในประเทศคือ 14 ที่นั่ง โดยนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคอีสาน พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่นำผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา ทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ จากนั้นได้นำผู้สมัครไปกราบสักการะย่าโมด้วย 

จ.ขอนแก่น มีผู้สมัครทั้งหมดจาก 23 พรรคการเมืองมาลงทะเบียนเลือกตั้ง ส.ส. โดยพรรคใหญ่อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐ ส่งผู้สมัครลงครบทั้ง10 เขตเลือกตั้ง

 

 

ขณะที่บรรยากาศของผู้สนับสนุนและกองเชียร์ก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อยมีเพียงการส่งเสียงเชียร์ แต่ไม่มีการเปิดเครื่องเสียงหรือรถแห่ เพื่อป้องกันการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

ขณะที่ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งผู้สมัคร ส.ส.เดินทางมาตั้งแต่ช่วงเช้า และคาดว่าจะเป็นสนามที่ดุเดือดเพราะแต่เดิม จ.ศรีสะเกษ เป็นพื้นที่ ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ทั้ง 8 เขต แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ มีการย้ายสังกัดพรรคของอดีต ส.ส.ทำให้ จ.ศรีสะเกษเป็นอีกพื้นที่ที่มีการแข่งขันดุเดือด

ส.ส.ย้ายพรรคชิงดำ จ.เชียงใหม่

ขณะที่ จ.เชียงใหม่ ที่เป็นฐานเสียงเดิมของพรรคเพื่อไทยเช่นกัน ที่มีการย้ายพรรคไปกันหลายคน ซึ่งต้องลุ้นว่า พรรรคเพื่อไทยจะยังคงรักษาที่นั่ง ส.ส.ทั้ง 9 เขตได้หรือไม่ ขณะที่พรรคอื่นๆ ก็ส่งผู้ลงสมัครครบทั้ง 9 เขตเลือกตั้งทั้งพรรคพลังประชารัฐ, พรรคเพื่อไทย,พรรคประชาธิปัตย์, พรรครวมพลังประชาชาติไทย,พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคอนาคตใหม่

 

 

ภาคกลาง-ตะวันออก พรรคใหญ่พร้อมสู้

ขณะที่ ภาคกลางและภาคตะวันออก วันแรกของการรับสมัคร ส.ส. พรรคการเมืองใหญ่ต่างส่งตัวแทนลงแข่งขันกันอย่างพร้อมเพรียง

จ.ชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายอิทธิพล คุณปลื้ม น้องชายนายสนธยา คุณปลื้ม อดีตหัวหน้าพรรคพลังชล พร้อมผู้สมัครรับการเลือกตั้งทั้ง 8 เขตมารอลงสมัครตั้งแต่ช่วงเช้าเพื่อพร้อมลงแข่งขันรักษาฐานที่มั่น จ.ชลบุรี

เช่นเดียวกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่มี น.ส.เสาวลักษณ์ สุริยาทิพย์ นำทีม ส่วนพรรคภูมิใจไทย มีตัวแทนลงสมัครวันแรกอย่างคึกคักเช่นกัน โดยส่วนใหญ่ย้ายมาจากพรรคประชาธิปัตย์ เช่น นายมานิตย์ ภาวสุทธิ์ ซึ่งลงสมัครเขต 2 และนายประมวล เอมเปีย ลงเขต 3

 

ขณะที่ จ.สุพรรณบุรี ซึ่งถือเป็นฐานเสียงสำคัญของพรรคชาติไทยพัฒนา ปีนี้ ส.ส.คนสำคัญอย่าง นายจองชัย เที่ยงธรรม ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย และลงสมัคร ส.ส.ในเขต 3 ซึ่งเป็นการต่อสู้กับนายประภัตร โพธสุธน ผู้สมัครจากพรรคชาติไทยพัฒนาโดยตรง จึงทำให้การแข่งขันใน จ.สุพรรณบุรี เป็นอีกพื้นที่ที่น่าจับตาอย่างยิ่ง

 

กลับขึ้นด้านบน