ลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลฯ ผลักดันขึ้นบัญชี "เต่ามะเฟือง"

ลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลฯ ผลักดันขึ้นบัญชี "เต่ามะเฟือง"

ลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลฯ ผลักดันขึ้นบัญชี "เต่ามะเฟือง"

รูปข่าว : ลงนามปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลฯ ผลักดันขึ้นบัญชี "เต่ามะเฟือง"

ความสำเร็จที่ลูกเต่ามะเฟืองรังแรกฟักตัวออกจากหลุมไข่เต่าและเดินลงทะเล จ.พังงา นำไปสู่การลงนามในปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทยและผลักดันให้เต่ามะเฟืองได้รับการขึ้นบัญชีเป็นสัตว์สงวน

ผู้บริหารกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นักวิชาการ สัตวแพทย์ ตัวแทนจากกองทัพเรือ ผู้นำท้องถิ่นทั้งใน จ.พังงาและภูเก็ต อาสาสมัครและประชาชนกว่า 500 คน ร่วมลงนามในปฏิญญาอนุรักษ์เต่าทะเลแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันปกป้องดูแลเต่ามะเฟืองให้มีโอกาสกลับมาวางไข่มากยิ่งขึ้น

 

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยาการทางทะเลและชายฝั่ง กล่าวว่า ผู้ประกอบการโรงแรม ภาคเอกชนและประชาชนในเขตพื้นที่วางไข่เต่าทะเล ร่วมกันยกระดับมาตรฐานการจัดการไม่ให้กระทบต่อแหล่งวางไข่ ขณะเดียวกันภาครัฐจะปกป้องการลักลอบทำการประมงในเขตอุทยานและอนุรักษ์หาดทรายไว้

ก่อนหน้านี้ เครือข่ายอนุรักษ์พยายามปรับสถานภาพของเต่ามะเฟือง ซึ่งเป็นสัตว์หายากและใกล้สูญพันธุ์ ให้ขึ้นบัญชีเป็นสัตว์สงวน ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 พร้อมกับ วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ และฉลามวาฬ ซึ่งแม้จะผ่านคณะกรรมการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า แต่สัตว์ทั้ง 4 ชนิดไม่ผ่านขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา เนื่องจากกฎหมายไม่เปิดช่อง

 

ขณะที่ ผศ.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นักวิชาการด้านทะเลและสิ่งแวดล้อม โพสต์เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ระบุว่า ได้รับการยืนยันจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ว่าพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าฯ ผ่าน สนช.วาระแรกแล้ว คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในเดือนนี้ หากสำเร็จ เต่ามะเฟืองจะนับเป็นสัตว์สงวน หลังจากที่ไม่มีการขึ้นบัญชีสัตว์ให้เป็นสัตว์สงวนมานานถึง 27 ปี

ซึ่งขณะนี้มีการเฝ้าติดตามการฟักตัวของลูกเต่ามะเฟือง รังที่ 2 บริเวณหาดท่าไทร อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา หลังแม่เต่ามะเฟืองขึ้นมาวางไข่เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2561 นับจนถึงวันนี้ (21 ก.พ.) ใช้เวลาฟัก 57 วันแล้ว ซึ่งจำนวนวันเท่ากับรังแรกที่ฟักไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงมีการคาดการณ์ว่าลูกเต่ามะเฟืองอาจจะฟักออกมาเร็วๆ นี้

 

กลับขึ้นด้านบน