ชี้นโยบายเพิ่มเบี้ยงชีพผู้สูงอายุ อาจกระทบภาวะการคลัง

ชี้นโยบายเพิ่มเบี้ยงชีพผู้สูงอายุ อาจกระทบภาวะการคลัง

ชี้นโยบายเพิ่มเบี้ยงชีพผู้สูงอายุ อาจกระทบภาวะการคลัง

รูปข่าว : ชี้นโยบายเพิ่มเบี้ยงชีพผู้สูงอายุ อาจกระทบภาวะการคลัง

นักวิชาการ ระบุว่า การจัดทำนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ จำเป็นต้องคำนึงถึงนโยบายการเงินการคลังในระยะยาว เพราะในอนาคตจำนวนผู้สูงอายุจะเพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก พร้อมเสนอว่าการพิจารณาต้องมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนตามความจำเป็นของผู้สูงอายุ

ผู้สูงอายุที่มีจำนวนกว่า 11 ล้านคน มีส่วนสำคัญในการลงคะแนนเลือกตั้งครั้งนี้เนื่องจากเป็นจำนวน 1 ใน 5 ของผู้มีสิทธิออกเสียงทั่วประเทศกว่า 50 ล้านคน ทำให้พรรคการเมืองต่างชูนโยบายการเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ มีตั้งแต่ 1,000 บาท 1,800 บาท 2,000 บาท และสูงสุด 3,000 บาท

ผศ.ศุภชัย ศรีสุชาติ ผู้อำนวยการสถาบันเสริมศึกษาและทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า การกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุต้องคำนึงถึงระยะยาวด้วย เพราะการเพิ่มจำนวนเบี้ยผู้สูงอายุจากเดิม 2 - 3 เท่าตัว ทำให้ภาครัฐต้องใช้งบประมาณมากขึ้น อีกทั้งในอนาคตจำนวนผู้สูงอายุก็จะเพิ่มมากขึ้น

 

 

ขณะเดียวกันเสนอว่า การให้เบี้ยผู้สูงอายุควรเป็นไปตามความจำเป็นและตรงเป้าหมาย จำนวนที่ได้รับอาจจะไม่เท่ากัน โดยพิจารณาจากสภาพความยากลำบาก เช่น กรณีผู้สูงอายุที่เป็นผู้พิการ หรือยากจน แต่เกณฑ์ที่ใช้พิจารณาต้องมีความชัดเจน

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเรื่องการเพิ่มสวัสดิการให้ผู้สูงอายุด้านอื่นๆ เช่น การใช้บริการขนส่งสาธารณะฟรี และควรส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ เพื่อให้ผู้สูงอายุมีรายได้ สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ซึ่งขณะนี้มีเพียงภาคเอกชนที่มีการจ้างงานผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงควรขยายการจ้างงานไปยังภาครัฐด้วย

 

กลับขึ้นด้านบน