อย่าเชื่อ! รัฐบาลโต้ข่าวลือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กู้เงินไม่ได้

อย่าเชื่อ! รัฐบาลโต้ข่าวลือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กู้เงินไม่ได้

อย่าเชื่อ! รัฐบาลโต้ข่าวลือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กู้เงินไม่ได้

รูปข่าว : อย่าเชื่อ! รัฐบาลโต้ข่าวลือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กู้เงินไม่ได้

เพจไทยคู่ฟ้า ชี้แจงหลังโซเชียลแชร์ข่าวปลอมผู้ถือบัตรคนจน ภาคอีสานกู้เงินไม่ได้ ชี้ข่าวเก่าอย่าหลงเชื่อ ด้านกระทรวงการคลัง ยืนยัน ไม่มีนโยบายจำกัดสิทธิคนจน การทำธุรกรรม กับแบงก์ขึ้นกับการอนุมัติสินเชื่อของแต่ละบุคคล

วันนี้(5 มี.ค.2562) เพจไทยคู่ฟ้า ชี้แจงกรณีกระแสข่าวลวงเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับมาวนเวียนในโลกโซเชียลอีกครั้ง โดยมีประชาชนได้รับข้อความทำนองว่า “ถ้าลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐแล้วจะไม่สามารถกู้เงินหรือทำธุรกรรมอย่างอื่นได้”

โดยขอย้ำอีกครั้งว่า ไม่เป็นความจริงและเป็นข่าวเก่าตั้งแต่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่เปิดรับลงทะเบียนใหม่ๆ โดยในช่วงนั้นมีความเข้าใจผิดเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเกิดขึ้นมากมาย เช่น สามารถนำบัตรสวัสดิการแห่งรัฐไปขอแลกเป็นเงินสดแทนการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคในร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ การให้เงินผู้มีรายได้น้อยซื้อสินค้าเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเจ้าสัว หรือแม้แต่ถ้ามีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้วจะไม่สามารถกู้เงินหรือทำธุรกรรมอย่างอื่นได้ ซึ่งหน่วยงานภาครัฐได้ออกมาชี้แจงจนเงียบไปพักหนึ่ง

สำหรับเรื่องผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้นั้น ความจริงแล้วประชาชนคนกลุ่มนี้เป็นผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี หรือต่ำกว่า 10,000 บาทต่อเดือน ซึ่งเป็นตามหลักเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อยของรัฐบาล

ดังนั้นจึงไม่สามารถกู้เงินจากสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว เนื่องจากสถาบันการเงินกำหนดคุณสมบัติ และเงื่อนไขของผู้กู้ว่าต้องมีรายได้เพียงพอที่จะชำระหนี้ได้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นต่อระบบการเงินของสถาบันการเงินแต่ละแห่ง

 

 

และจึงเป็นที่มาที่รัฐบาลได้เปิดโอกาสให้คนกลุ่มนี้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้สามารถดูแลช่วยเหลือได้อย่างตรงจุด โดยเฉพาะเรื่องสินเชื่อได้มอบหมายให้ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธ.ก.ส. จัดหาสินเชื่อหรือเงินทุนสำหรับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่ไม่มีหลักประกัน เพื่อให้สามารถขอกู้เงินจากผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่ได้

นอกจากนี้ก็ไม่มีการส่งข้อมูลผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้กับเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบแต่อย่างใด เพราะข้อมูลส่วนบุคคลไม่ใช่ข้อมูลเครดิต และไม่มีบทบัญญัติกฎหมายใดรองรับ จึงไม่มีผลใดๆต่อการพิจารณาขอกู้เงินจากสถาบันการเงินทั้งสิ้น

 

สิทธิประโยชน์เพียบลดค่าใช้จ่าย

เพจไทยคู่ฟ้า ยังอธิบายอีกว่า ในทางตรงกันข้าม ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกลับได้รับสิทธิประโยชน์ต่าง ๆที่รัฐบาลจัดให้ 

  • ลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ให้วงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น จากร้านธงฟ้าประชารัฐ 200 - 300 บาทต่อเดือน
  • ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม จำนวน 45 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน
  • ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ได้แก่ ค่าโดยสารรถเมล์/รถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือน ค่ารถโดยสาร บขส. 500 บาทต่อเดือน ค่าโดยสารรถไฟ 500 บาทต่อเดือน
  • สินเชื่อที่อยู่อาศัยเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ วงเงินกู้สูงสุดรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท 
  • สินเชื่อเพื่อประกอบอาชีพ วงเงินกู้รายละไม่เกิน 50,000 บาท 
  • คืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการที่ซื้อสินค้าในร้านธงฟ้าประชารัฐ หรือร้านค้าที่กำหนด ร้อยละ 5 และโอนเข้าบัญชีกองทุนการออมแห่งชาติของผู้ถือบัตร อีกร้อยละ 1 (ตั้งแต่ 1 พ.ย. 61 - 30 เม.ย.62) 
  • ค่าใช้จ่ายช่วงปลายปี (ธ.ค. 61) สำหรับใช้เดินทางกลับภูมิลำเนา โดยจ่ายให้เพียงครั้งเดียว 500 บาท/คน 
  • ค่าเดินทางไปรักษาพยาบาลของผู้สูงอายุที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป (ธ.ค. 61) โดยจ่ายให้ครั้งเดียว 1,000 บาท/คน 
  • ค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป (ธ.ค. 61 - ก.ย. 62) 400 บาท/คน/เดือน 
  • ค่าไฟฟ้าและน้ำประปา (ธ.ค. 61 - ก.ย. 62) แบ่งเป็น ค่าไฟไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือน/เดือน ค่าน้ำไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือน/เดือน

สิ่งเหล่านี้จึงเป็นเครื่องยืนยันได้ว่า รัฐบาลช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างตรงจุด และพยายามพัฒนาสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากที่สุด

 

กระทรวงคลัง ย้ำไมมีนโยบายจำกัดสิทธิคนจน

ด้านนายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า กระทรวงการคลัง ไม่มีนโยบายจำกัดสิทธิมิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐดำเนินธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งการดำเนินธุรกรรมทางการเงินขึ้นอยู่กับสถาบันการเงิน ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อของผู้มีความสามารถขอสินเชื่อในแต่ละราย

การจัดให้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อเป็นเครื่องมือในการให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่ผู้ถือบัตร อาทิ การบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายในด้านอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ตลอดจนการให้โอกาสในการพัฒนาตนเองของผู้ถือบัตร โดยการช่วยให้มีงานทำ และการพัฒนาทักษะความรู้ในการประกอบอาชีพ เป็นต้น จึงขอให้ประชาชนอย่าได้หลงเชื่อการให้ข่าวที่บิดเบือน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

 กรมบัญชีกลางเตรียมจ่ายเงินช่วย "ค่าน้ำ-ค่าไฟ" จันทร์นี้

ของขวัญปีใหม่ ! แห่กดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 500 บาท 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน