นักวิชาการเสนอคุม "บุหรี่ไฟฟ้า" เป็นสินค้าถูกกฎหมาย

นักวิชาการเสนอคุม "บุหรี่ไฟฟ้า" เป็นสินค้าถูกกฎหมาย

นักวิชาการเสนอคุม "บุหรี่ไฟฟ้า" เป็นสินค้าถูกกฎหมาย

รูปข่าว : นักวิชาการเสนอคุม "บุหรี่ไฟฟ้า" เป็นสินค้าถูกกฎหมาย

มหาวิทยาลัยรังสิตจัดเสวนาวิชาการเรื่องเศรษฐกิจใต้ดิน กฎหมายและบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีการเสนอแนวคิดควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าให้ถูกกฎหมาย ซึ่งมีการอ้างอิงข้อมูลจากการศึกษาพบว่ามูลค่าตลาดใต้ดินของบุหรี่ไฟฟ้าอาจสูงถึง 6,000 ล้านบาทต่อปี

รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า กฎหมายของประเทศไทยที่ห้ามสูบบุหรี่ไฟฟ้าและมีโทษทางอาญากับผู้ใช้ เป็นกฎหมายที่แปลกและไม่ทันต่อโลก จึงควรเปิดมุมมองให้กว้างขึ้นและที่สำคัญกฎหมายต้องก้าวทันนวัตกรรม แต่กฎหมายของประเทศไทยเลือกที่จะใช้อำนาจเด็ดขาดและเน้นการปราบปรามให้โทษอาญา เป็นการตัดสินผู้กระทำผิดโดยปราศจากการคำนึงถึงบริบท

รศ.สังศิต ระบุอีกว่า การแบนไม่ได้แก้ปัญหา หรือทำให้ควบคุมได้ แต่ทำให้เกิดเศรษฐกิจใต้ดินยากต่อการควบคุม เพราะมีข้อมูลว่ามีผู้ลักลอบใช้บุหรี่ไฟฟ้าประมาณ 500,000 - 1,000,000 คน และยังเป็นช่องทางของการทุจริตคอร์รัปชัน รัฐบาลควรเร่งศึกษาอย่างเป็นกลางรอบด้าน ทั้งวิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจและสังคม และปรับปรุงกฎหมายให้มีประสิทธิภาพ

รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์

รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์

ขณะที่ รศ.อุ่นกัง แซ่ลิ้ม รองคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่ามูลค่าตลาดใต้ดินของบุหรี่ไฟฟ้าอาจสูงถึง 4,000 - 6,000 ล้านบาทต่อปี เพราะมีการเติบโตเร็วมาก ซึ่งการแบนบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใคร ดังนั้นหากรัฐจะนำมาควบคุมโดยใช้มาตรการภาษีที่เหมาะสม อาจเป็นฐานภาษีเพิ่มเติมจากภาษียาสูบที่สร้างรายได้ให้แก่รัฐบาลปีละหลายพันล้านบาท จึงเสนอแนะควรเปลี่ยนบุหรี่ไฟฟ้าให้เป็นสินค้าควบคุม และส่งเสริมการวิจัยเพื่อใช้ในการดำเนินนโยบายบุหรี่ไฟฟ้า

รศ.อุ่นกัง แซ่ลิ้ม

รศ.อุ่นกัง แซ่ลิ้ม

ด้านนายเกิดผล แก้วเกิด ทนายความ ระบุว่า โทษอาญาของการแบนบุหรี่ไฟฟ้าในประเทศไทยไม่สมเหตุสมผล เนื่องจากขาดความชัดเจน การกำหนดโทษอาญาต้องเจาะลึกถึงลักษณะการกระทำผิด ไม่ใช่เขียนกว้างๆ จนทำให้เกิดปัญหาการตีความและการบังคับใช้ ส่วนที่ภาครัฐกังวลว่าจะควบคุมบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ ก็มองว่าไม่สมเหตุสมผล เพราะปัจจุบันบุหรี่ หรือแม้แต่ปืนยังสามารถควบคุมได้ 

กลับขึ้นด้านบน