สศค.เตรียมทบทวนมาตรการ-ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่

สศค.เตรียมทบทวนมาตรการ-ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่

สศค.เตรียมทบทวนมาตรการ-ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่

รูปข่าว : สศค.เตรียมทบทวนมาตรการ-ลงทะเบียนผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐบางส่วน จะได้รับเงินส่วนลดค่าน้ำค่าไฟ งวดสุดท้าย ในเดือนเมษายน ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง วางแผนทบทวนการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ช่วงกลางปีนี้ รวมทั้งออกแบบแพกเกจมาตรการสวัสดิการตามรายพื้นที่

วันนี้ (8 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในแต่ละเดือน กรมบัญชีกลางจะต้องโอนเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่น้อยกว่า 3,000-4,000 ล้านบาท คิดเป็นปีละประมาณ 40,000 ล้านบาท ไม่รวมมาตรการสวัสดิการรอบพิเศษ รองรับผู้ถือบัตรกว่า 14.5 ล้านคน ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง จึงลงนามความร่วมมือกับคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อออกแบบและพัฒนาโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ โดยจะใช้หลักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรม มาวิเคราะห์ข้อมูลผู้ลงทะเบียน เพื่อปรับปรุงแบบลงทะเบียน ตลอดจนข้อเสนอในการทบทวนมาตรการสวัสดิการในบัตร คาดว่าผลการศึกษาจะแล้วเสร็จภายใน 3-4 เดือน ซึ่งทันกำหนดเปิดลงทะเบียนรอบใหม่ในช่วงเดือนมิถุนายน 2562

 

 

 

นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เปิดเผยว่า สศค.จะนำผลการศึกษาดังกล่าว มาประกอบการพิจารณาทบทวนมาตรการสวัสดิการในบัตร โดยเฉพาะวงเงินค่าใช้จ่ายในบัตร สำหรับร้านธงฟ้าประชารัฐ เดือนละ 200-300 บาท ว่าเพียงพอหรือไม่ และตั้งเป้าหมายออกแพกเกจสวัสดิการตามรายพื้นที่ หรือรายภูมิภาค เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ถือบัตรมากที่สุด พร้อมวางแผนจะปรับเกณฑ์คุณสมบัติผู้ลงทะเบียน โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกมากขึ้น เช่น การนำรายได้ครอบครัวมาคำนวณ รวมทั้งพฤติกรรมการใช้จ่ายและจำนวนบัตรเครดิตประกอบการพิจารณาด้วย ซึ่งรัฐบาลใหม่ไม่สามารถยกเลิกโครงการนี้ เนื่องจากพระราชบัญญัติกองทุนประชารัฐฯ ผ่านความเห็นชอบแล้ว แต่หากรัฐบาลต้องการปรับเพิ่มวงเงินส่วนใด มากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่ได้รับ และกรอบกฎหมายที่เกี่ยวข้องด้วย

 

 

 

ทั้งนี้ กรมบัญชีกลาง จะทยอยยุติการจ่ายเงินเข้าบัตรสวัสดิการ แต่ละมาตรการตามเวลาที่กำหนด โดยส่วนลดค่าน้ำ ค่าไฟ จะจ่ายถึงเดือนเมษายนนี้ เป็นงวดสุดท้าย แต่ผู้ลงทะเบียนรอบ 2 จะได้รับเงินส่วนนี้ รวมทั้งค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุถึงเดือนกันยายน 2562 เป็นงวดสุดท้าย ตามข้อจำกัดงบประมาณ

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน