จับขบวนการลักลอบขาย "เฟนเตอร์มีน" ฤทธิ์แรงเท่าเสพยาบ้า

จับขบวนการลักลอบขาย "เฟนเตอร์มีน" ฤทธิ์แรงเท่าเสพยาบ้า

จับขบวนการลักลอบขาย "เฟนเตอร์มีน" ฤทธิ์แรงเท่าเสพยาบ้า

รูปข่าว : จับขบวนการลักลอบขาย "เฟนเตอร์มีน" ฤทธิ์แรงเท่าเสพยาบ้า

ตำรวจ และอย.แถลงยุทธการสยบไพรีจับยาลดอ้วน ลักลอบนำตัวยาเฟนเตอร์มีน วัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ออกนอกระบบการควบคุมของ อย.โดยไม่ได้มีการจ่ายให้แก่ผู้ป่วยในสถานพยาบาล ไปขายผ่านโซเชียล ชี้มีฤทธิ์ร้ายแรงต่อจิตและประสาท คล้ายคนเสพยาบ้า

วันนี้ (11 มี.ค.2562) นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ  พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ร่วมแถลงผลการจับกุมของ “ยุทธการสยบไพรี 62/9 ยาสวย…สังหาร” จำนวน 33 จุด ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด หลังมีการสืบสวนพบว่า มีกลุ่มนายทุน ร่วมมือกับแพทย์ในเครือข่ายลักลอบนำยาลดความอ้วนที่จัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ตัวยาเฟนเตอร์มีน ที่ใช่ชื่อการค้า Duromine และ Panbesy ออกนอกระบบการควบคุมของ อย.โดยไม่ได้มีการจ่ายให้แก่ผู้ป่วยในสถานพยาบาลที่เป็นสถานที่รับอนุญาต

สำหรับวัตถุออกฤทธิ์ที่นำออกนอกระบบนี้ ส่วนหนึ่งมีการขายผ่านทางอินเทอร์เน็ต และอีกส่วนหนึ่งขายให้กับผู้ค้ารายย่อยนำไปขายต่อผ่านทางแอปพลิเคชัน ไลน์ ไอจี และเฟซบุ๊ก นอกจากนี้มีการส่งออกไปยังต่างประเทศ เช่น จีน แคนาดา ฟิลิปปินส์

การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการสมคบ ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำงาน เพื่อเอาวัตถุออกฤทธิ์ออกนอกระบบโดยอาศัยใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ของแพทย์เป็นใบเบิกทางนำมาหลอก อย. ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 -20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000 -2,000,000 บาท

ยาลดน้ำหนัก” หรือ “ยาลดความอ้วน” มักจะประกอบไปด้วยยาหลายชนิดเพื่อให้เห็นผลเร็วในการลดน้ำหนัก เช่น ยาลดความอยากอาหาร ยาไทรอยด์ฮอร์โมน ยาขับปัสสาวะ และยาระบาย ซึ่งการกินยาเหล่านี้ด้วยกัน อาจก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงต่อร่างกายได้

สำหรับยาลดความอยากอาหาร “เฟนเตอร์มีน” เป็นยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและทำให้เกิดการติดยาได้ ดังนั้นจึงถูกจัดเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ภายใต้ พ.ร.บ.วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ.2559 ซึ่งมีการควบคุมการขาย โดย อย. และจะขายให้เฉพาะสถานพยาบาลที่ได้รับใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 เพื่อจ่ายให้กับผู้ป่วยที่แพทย์ได้ตรวจวินิจฉัยแล้วเท่านั้น

ยานี้ควรใช้ในระยะสั้น 4-6 สัปดาห์ ไม่เกิน 3 เดือน เพราะมีผลข้างเคียงต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด รวมทั้งผลข้างเคียงอื่น เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง กระวนกระวาย หัวใจเต้นเร็ว หากใช้ไปนาน อาจถึงขั้นติดยาได้ 

เตือนผลข้างเคียงร้ายแรงกลุ่มโรคเสี่ยง

นอกจากนี้ ยังอาจพบอาการอื่น ๆ อีก เช่น ปากแห้ง อาเจียน ท้องผูก เหงื่อออก ตื่นเต้น ม่านตาขยาย ประสาทหลอน อาจทำให้เกิดโรคจิตได้ ในรายที่มีอาการรุนแรง จะพบว่ามีไข้สูง เจ็บหน้าอก การไหลเวียนของเลือดล้มเหลว ชัก โคม่า และตายได้จะเห็นได้ว่าการใช้ยาเฟนเตอร์มีน อาจก่อให้เกิดอันตรายโดยเฉพาะในผู้ที่มีความเสี่ยงหรือมีปัญหาสุขภาพอยู่แล้ว เช่น ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดอุดตัน โรคต้อหิน ผู้ที่มีภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานมากเกิน มีประวัติการใช้ยาในทางที่ผิด เป็นโรคจิตหรือโรคทางจิตเวชอื่น ๆ ผู้ป่วยที่กำลังได้รับยากลุ่ม monoamine oxidase inhibitors (MAOI) รวมทั้งที่เคยได้รับ MAOI มาก่อนหน้านี้ไม่เกิน 14 วัน ซึ่งภาวะเหล่านี้ ถือเป็นข้อห้ามใช้ของยาเฟนเตอร์มีน เนื่องจากผลข้างเคียงจากยา จะมีผลทำให้โรคประจำตัวของผู้ป่วยมีสภาวะเลวลง

เลขาธิการ อย. กล่าวว่า การกินยาลดความอ้วนเฟนเตอร์มีน ติดต่อกันเวลานาน อาจทำให้เกิดอาการทางจิตและประสาทได้ คล้ายกับคนเสพยาบ้า ดังนั้นจึงต้องใช้ภายใต้การควบคุมดูแลของแพทย์เท่านั้น ประชาชนไม่ควรหาซื้อมารับประทานเอง เพราะมีผลข้างเคียงที่อาจเป็นอันตรายต่อผู้ป่วยได้ การรักษาโรคอ้วนที่ดี ประหยัด และปลอดภัยที่สุด คือ การลดน้ำหนักด้วยการควบคุมอาหารอย่างถูกวิธี การออกกำลังกายอย่างเหมาะสม และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

 

กลับขึ้นด้านบน