"อภิสิทธิ์" ประกาศจุดยืนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่อาจร่วม พปชร.

"อภิสิทธิ์" ประกาศจุดยืนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่อาจร่วม พปชร.

"อภิสิทธิ์" ประกาศจุดยืนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่อาจร่วม พปชร.

รูปข่าว : "อภิสิทธิ์" ประกาศจุดยืนไม่เอา พล.อ.ประยุทธ์ แต่อาจร่วม พปชร.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนไม่ร่วม "เพื่อไทย" แต่อาจร่วมพลังประชารัฐ หากไม่สืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

วันนี้ (11 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ร่วมกับ "เพื่อไทย" เนื่องจากยังถูกครอบงำ และไม่ร่วมกับ "พลังประชารัฐ" หากมุ่งสืบทอดอำนาจให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ได้ทวีตข้อความระบุว่า จุดยืนของพรรคเพื่อไทยในการร่วมรัฐบาลชัดเจนมากค่ะ คือ ‘เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋ากลับคืนมา’

หมดเวลาสำหรับการเมืองที่ไม่มี ‘จุดยืน’ ที่ชัดเจน เหมือนกับบางพรรค ที่ตอนเช้าไม่เอาลุง แต่ตอนบ่ายเอาพรรคที่สืบทอดอำนาจลุง #หมดเวลานักการเมืองดัดจริตต่อชีวิตเผด็จการ

ในสภาวะการเมือง 3 ก๊ก 3 ขั้วแบบนี้ ประชาธิปัตย์คิดอะไรอยู่ อาจจะประเมินได้ว่า มีทางเลือกสำหรับประชาธิปัตย์ 2 ทางที่เป็นไปได้คือ

ทางแรก คือ เพื่อไทยและกลุ่มพรรคที่เรียกตัวเองว่า ประชาธิปไตย ได้คะแนนมากที่สุด แต่ไม่พอตั้งรัฐบาล เพราะประชาธิปัตย์และพลังประชารัฐไม่มาจับด้วย โอกาสเป็นของพรรคอันดับ 2 คงเป็นการแข่งขันกันระหว่างประชาธิปัตย์กับพลังประชารัฐ


หากประชาธิปัตย์มาอันดับ 2 ต้องการตั้งรัฐบาลหลังจากเพื่อไทยตั้งไม่ได้ จังหวะนี้ต้องอาศัยพลังประชารัฐมาร่วมด้วย หากได้พลังประชารัฐ โอกาสจะได้เสียง ส.ว.250 เสียงด้วยก็สูง แต่มีเงื่อนไขว่าต้องยกมือให้นายอภิสิทธิ์ เป็นนายกรัฐมนตรี หากพลังประชารัฐยอม พล.อ.ประยุทธ์ ก็ตกไป ในส่วนนี้จึงอาจเป็นสัญญาณจากนายอภิสิทธิ์ ที่บอกว่า หากพลังประชารัฐไม่สืบทอดอำนาจแล้ว ก็ร่วมงานกันได้


ความเป็นไปได้ที่ 2 ต่างกันเล็กน้อย คือ พลังประชารัฐ เป็นอันดับ 2 ต้องการประชาธิปัตย์ที่เป็นอันดับ 3 โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ แต่นายอภิสิทธิ์ ประกาศไว้แล้วว่าไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ แล้วการเมืองจะเดินต่ออย่างไร

รศ. สุขุม นวลสกุล นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ ประเมินถึงวันที่ประชาธิปัตย์ต้องเลือกไว้ว่า จากประวัติศาสตร์ นายอภิสิทธิ์แพ้เลือกตั้ง แล้วแสดงสปิริต คือ ลาออกจากการเป็นหัวหน้าพรรคทุกครั้ง แต่ผมคิดว่าคราวนี้ถ้าลาออกอาจจะไม่ได้กลับ คนตัดสินอาจจะไม่ใช่นายอภิสิทธิ์ แต่อาจมีหัวหน้าพรรคคนใหม่ขึ้นมาเพื่อนำพรรคต่อไป หากสังเกตคำพูดของนายอภิสิทธิ์มองว่า ประชาธิปัตย์มุ่งที่จะเป็น 1 ของพรรคฝั่งตรงข้ามเพื่อไทย ซึ่งหากได้เป็นผู้นำแล้ว พลังประชารัฐก็อาจจะมาร่วมด้วย

 

 

กลับขึ้นด้านบน