เลือกตั้ง 2562 : กระแสสื่อต่างชาติมองเลือกตั้งไทยโค้งสุดท้าย

เลือกตั้ง 2562 : กระแสสื่อต่างชาติมองเลือกตั้งไทยโค้งสุดท้าย

เลือกตั้ง 2562 : กระแสสื่อต่างชาติมองเลือกตั้งไทยโค้งสุดท้าย

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : กระแสสื่อต่างชาติมองเลือกตั้งไทยโค้งสุดท้าย

สื่อต่างประเทศหลายสำนักจับตาสถานการณ์โค้งสุดท้ายการเลือกตั้งไทยอย่างใกล้ชิด ไม่เพียงสื่อสำนักใหญ่ ๆ ที่มีผู้สื่อข่าวประจำอยู่ในประเทศไทย แต่หลายสำนักข่าวทั้งจากประเทศในอาเซียนและต่างประเทศเริ่มส่งนักข่าวมาติดตามรายงานข่าวช่วงนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย ร่วมเต้น และจิบชา ในสวนสาธารณะ ก่อนหน้าการเลือกตั้ง การเปลี่ยนภาพลักษณ์ จากนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ที่เคร่งขรึม เด็ดขาด อารมณ์ร้อนเป็นบางเวลา มาเป็นภาพผู้ชายใจดี เข้าถึงง่าย ภายใต้ฉายา นายกลุงตู่ หรือที่สื่อต่างประเทศเรียก Uncle Tu เป็นที่สนใจของสื่อต่างชาติหลายสำนัก

นิตยสาร Time ยังเขียนถึงการร้องเพลงรัก อ้อนประชาชนที่ร่วมฟังปราศรัยแถลงผลงานของรัฐบาล ที่ จ.ขอนแก่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พร้อมอ้างคำสัมภาษณ์นักวิเคราะห์ว่า กฎหมายการเลือกตั้งครั้งนี้เอื้อประโยชน์ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เปรียบในหาเสียง และกีดกันพรรคที่ไม่ได้เป็นพันธมิตรกับรัฐบาล

สื่อสองสำนักทั้ง BBC และ The Economist ประเมินผลหลังเลือกตั้งไปในทางเดียวกัน บทความใน The Economist ที่ไม่ระบุชื่อผู้เขียน มองว่าการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นเพียงการเล่นตลก เพราะจะไม่ใช่เครื่องมือที่นำประเทศไทยกลับสู่ระบอบประชาธิปไตย แต่เป็นหนทางเพื่อสืบทอดอำนาจ

บทความของ The Economist ยังระบุว่า ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นเพียงการเลียนแบบประชาธิปไตย เพราะปัจจัยที่เห็นชัดว่าเอื้อประโยชน์ต่อการเดินหน้าของรัฐบาล คสช. คือ รัฐธรรมนูญใหม่ แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และความไม่เป็นกลางในการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง

ขณะที่บทความวิเคราะห์การเลือกตั้งไทย โดยโจนาธาน เฮด ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบีบีซี กล่าวว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ เพื่อสร้าง "ประชาธิปไตยแบบผสม" BBC มองการเลือกนายกรัฐมนตรี ท่ามกลาง ส.ว. 250 ที่ได้รับการแต่งตั้งว่า หาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องการดำรงตำแหน่งต่อต้องการเสียงอีก 126 เสียง จาก ส.ส. พรรคพลังประชารัฐต้องได้มากกว่า 80 ที่นั่ง เพื่อตั้งพรรคร่วมรัฐบาลแต่หากได้น้อยกว่านี้ประเทศไทยอาจจะหนีไม่พ้นความวุ่นวายทางการเมือง

The Strait time ตั้งคำถามที่น่าสนใจว่า หากประเทศไทยต้องการเปลี่ยนขั้วอำนาจจากรัฐบาลทหาร คำตอบอาจอยู่ที่พรรคประชาธิปัตย์ เพราะ เป็นไปไม่ได้ที่พรรคใดพรรคหนึ่งจะชนะ ถึง 376 ที่นั่ง The Strait time อ้างอิงคำสัมภาษณ์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสนอตัวเป็นทางเลือก เพื่อนำประเทศออกจากปัญหา

Nikkei Asian Review จับตาแคนดิเดตนายก 5 คน คือ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ , ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ , พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และอนุทิน ชาญวีรกุล ระบุเป็นตัวแปรสำคัญ เพราะครั้งนี้จะไม่มีพรรคได้ที่ได้เสียงข้างมากแบบถล่มทลาย ผลการเลือกตั้งขึ้นกับการเจรจาต่อรองของ 5 พรรค

สำนักข่าวด้านเศรษฐกิจอย่าง Bloomberg และ Financial time ติดตามข่าวการเลือกตั้งไทย พร้อมระบุว่า มีความกังวลว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจจะทำให้วงจรความไม่มั่นคง ของประเทศกลับมาอีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและเติบโตช้ากว่าประเทศเพื่อนบ้าน หลายสื่อเห็นตรงกันว่าผลการเลือกตั้ง จะยังไม่ชัดเจน จนกว่า เดือน พ.ค.

กลับขึ้นด้านบน