เลือกตั้ง 2562 : "นครศรีธรรมราช" เป้าหมายชิงส่วนแบ่งคะแนนเสียงเจ้าถิ่น

เลือกตั้ง 2562 : "นครศรีธรรมราช" เป้าหมายชิงส่วนแบ่งคะแนนเสียงเจ้าถิ่น

เลือกตั้ง 2562 : "นครศรีธรรมราช" เป้าหมายชิงส่วนแบ่งคะแนนเสียงเจ้าถิ่น

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : "นครศรีธรรมราช" เป้าหมายชิงส่วนแบ่งคะแนนเสียงเจ้าถิ่น

จ.นครศรีธรรมราช มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 1.2 ล้านคน จึงเป็นเป้าหมายของทุกพรรคการเมืองที่จะช่วงชิงส่วนแบ่งคะแนนเสียงจากเจ้าถิ่นเดิมอย่าง "พรรคประชาธิปัตย์" แต่เมื่อมีการสำรวจข้อมูลก็พบนัยยะว่าปัจจุบันคะแนนเสียงของคนนครศรีธรรมราชไม่เป็นเอกภาพอีกต่อไป

วันนี้ (21 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นัยยะสำคัญที่ว่าจับสัญญาณได้จากการปราศรัยของนายชวน หลีกภัย ที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.)โดยนายชวน ได้พูดว่าการชนะเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอแล้วสำหรับพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีผู้มีสิทธิใช้เสียงกว่า 1.2 ล้านคน เพราะเป็นคะแนนเสียงที่ค่อนข้างมากและส่งผลต่อการเลือก ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อย่างแน่นอน

นายจรูญ หยูทอง นักวิชาการอิสระที่ศึกษาประเด็นการเมืองในภาคใต้ วิเคราะห์ว่า ด้วยบริบทของผู้มีสิทธิเลือกตั้งของ จ.นครศรีธรรมราช ที่ขณนี้อาจจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ กลุ่มคนรุ่นใหม่และกลุ่มคนรุ่นเก่า การตัดสินใจเลือกของคน 2 กลุ่มนี้จะแตกต่างกัน อย่างกรณีของคนรุ่นใหม่อาจตัดสินใจเลือกบนพื้นฐานของการถูกใจนโยบาย ถูกใจผลประโยชน์ที่ตัวเองจะได้รับเป็นหลัก ไม่มีความยึดโยงกับพรรคการเมืองเก่าแก่

ในขณะที่คนรุ่นเก่ายังคงตัดสินใจโดยอ้างอิงบนพื้นฐานประวัติศาสตร์การเมือง ความเป็นพรรคเก่าแก่ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่การเลือกตั้งครั้งนี้ คะแนนเสียงของชาวนครศรีธรรมราชอาจกระจายไปอยู่กับผู้สมัครจากพรรคอื่นๆ จนเริ่มสร้างความสั่นคลอนให้กับพรรคเจ้าถิ่น และที่สำคัญคือคู่แข่งจาก "พรรคพลังประชารัฐ" ที่ถือเป็นกลุ่มคนหรืออดีตนักการเมืองท้องถิ่นที่เคยเป็นฐานเสียงสำคัญให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาก่อน

 

จ.นครศรีธรรมราช ปีนี้มีทั้งหมด 8 เขต โดยทั้ง 8 เขตถือว่ามีผู้สมัครหน้าเก่าที่ครองตำแหน่งกันมาหลายสมัยลงสมัครทั้ง 8 เขต แต่มีอยู่ 2 เขตที่นักวิเคราะห์หลายคนเห็นตรงกันว่าอาจมีการแข่งขันที่เบียดกันมาก โดยเขตแรกคือ เขต 3 ระหว่างนายเทพไท เสนพงศ์ พรรคประชาธิปัตย์ และนายอาญาสิทธิ์ ศรีสุพรรณ พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงว่าที่ ร.ท.สนั่น พิบูลย์ จากพรรคภูมิใจไทย

นักวิชาการด้านการเมืองวิเคราะห์ว่า ถ้ามองในเชิงตัวบุคคล ผู้สมัครทั้งจากพรรคพลังประชารัฐและภูมิใจไทย อาจไม่ได้น่ากลัวถึงขั้นเป็นม้ามืด แต่สิ่งที่น่ากลัวคือคะแนนความนิยมในตัวนายเทพไท เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ จ.นครศรีธรรมราช มีการลดเขตการเลือกตั้งจาก 9 เขต เป็น 8 เขต ซึ่งนายเทพไทได้ย้ายพื้นที่มาลงเลือกตั้งที่เขต 3 เป็นครั้งแรก ประกอบกับกระแสข่าวด้านลบที่เกิดขึ้นกับตระกูลเสนพงศ์ ก่อนหน้านี้ก็อาจยิ่งทำให้มีผลต่อการลงคะแนนของประชาชนในเขตดังกล่าว

อีกเขตคือ เขต 6 ที่มีผู้สมัครหน้าใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์ อย่างนายชัยชนะ เดชเดโช และนักการเมืองท้องถิ่นเก่า ซึ่งเคยอยู่ในขั้วที่เป็นฐานเสียงให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาก่อนอย่างนางมุกดาวรรณ เลื่องสีนิล พรรคพลังประชารัฐ รวมถึงคู่แข่งอีกหนึ่งคนสำคัญอย่างนายพิทยา ชุมพูทอง จากพรรคภูมิใจไทย

 

ส่วนการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 18 มี.ค.ที่ผ่านมา แม้จะค่อนข้างระวังคำพูด เนื่องจากเป็นการเดินทางมาในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ก็มีคำพูดที่สะดุดหูว่า "ทุกคนเห็นว่า 5 ปีที่ผ่านมา ผมทำอะไรบ้าง และ 5 ปีต่อจากนี้ผมจะทำอะไรต่อ"

ทั้งนี้ การแข่งขันที่ จ.นครศรีธรรมราช จะดุเดือดหรือไม่และจะมีผลต่ออนาคตพรรคการเมืองเจ้าถิ่นอย่างไร อาจดูได้จากการเดินทางมาปราศรัยใหญ่ด้วยตัวเองถึง 2 ครั้งของนายชวน หลีกภัย และการเดินทางมาของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน ก็น่าจะเป็นสัญญาณบางอย่างที่ต้องจับตา

 

กลับขึ้นด้านบน