เลือกตั้ง 2562 : บล.วิเคราะห์ หุ้นไทยคึกคัก หลังการเลือกตั้ง

เลือกตั้ง 2562 : บล.วิเคราะห์ หุ้นไทยคึกคัก หลังการเลือกตั้ง

เลือกตั้ง 2562 : บล.วิเคราะห์ หุ้นไทยคึกคัก หลังการเลือกตั้ง

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : บล.วิเคราะห์ หุ้นไทยคึกคัก หลังการเลือกตั้ง

บริษัทหลักทรัพย์ วิเคราะห์ตลาดหุ้นไทยกลับมาคึกคัก หลังการเลือกตั้ง ไม่ว่าพรรคการเมืองใด เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีมากที่สุด แต่รัฐบาลใหม่อาจไม่มีเสถียรภาพ

วันนี้ (22 มี.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการซื้อขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันนี้ ซึ่งเป็นสัปดาห์สุดท้าย ก่อนวันเลือกตั้ง ดัชนีปิดที่ระดับ 1,646.29 จุด ปรับตัวเพิ่มขึ้น 12.29 จุด และมีมูลค่าซื้อขายรวม 46,485.93 ล้านบาท

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า การซื้อขายหลักทรัพย์ในสัปดาห์นี้ เป็นผลที่นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ หลังถูกเทขายออกตามทิศทางเงินทุนไหลออกในช่วงก่อนหน้านี้ ประกอบกับตามสถิติ 4 ครั้งล่าสุด หลังการเลือกตั้ง ตลาดทุนมักตอบรับผลการเลือกตั้งในทิศทางบวก ไม่ว่าพรรคการเมืองใดเป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคาดว่าจะมาจากพรรคการเมืองใหญ่ 3 พรรค ได้แก่ พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนแบ่งขั้วทางการเมือง

นายเทิดศักดิ์ กล่าวว่า คาดว่ากรอบดัชนีหลักทรัพย์ สัปดาห์หน้า จะอยู่ที่ระดับ 1,640 จุด ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 โดยมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติไหลกลับเข้ามาประมาณ 8,000 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หลังการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้น นักลงทุนย่อมคาดหวังถึงเสถียรภาพรัฐบาล และการผลักดันนโยบายลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและการลงทุนระยะยาวต่อไป

ขณะที่บริษัท ซิตี้ กรุ๊ป วิเคราะห์ความเป็นไปได้ 3 แนวทาง เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล โดยกรณีที่เป็นไปได้มากที่สุด ได้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากพรรคพลังประชารัฐ ครองเสียงส่วนมากในสภา รองลงมา คือ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรี และได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ และกรณีสุดท้าย คือพรรคเพื่อไทย ได้เป็นรัฐบาล

สอดคล้องกับบริษัทหลักทรัพย์ เคที ซีมิโก้ วิเคราะห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มีโอกาสกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสูงถึงร้อยละ 60 แต่จะไม่สามารถครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาได้ หรือมีเสียงน้อยกว่า 250 เสียง และยังคาดว่ารัฐบาลใหม่มีโอกาสสูงที่จะยุบสภา ภายใน 1-2 ปี

ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ไดวา กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทหลักทรัพย์ อันดับ 2 ของญี่ปุ่น วิเคราะห์ว่า พล.อ.ประยุทธ์ มีโอกาสต่ำ ที่จะกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอีกรอบ แต่บริษัทหลักทรัพย์ส่วนใหญ่ ต่างวิเคราะห์ตรงกันว่ารัฐบาลใหม่จะอยู่ในสภาพอ่อนแอ จนบางสำนักปรับลดประมาณการณ์ดัชนีทั้งปี จากระดับ 1,800 จุด เหลือ 1,700 จุด

 

 

กลับขึ้นด้านบน