เลือกตั้ง 2562 : สื่อต่างชาติเกาะติดการเลือกตั้งในประเทศไทย

เลือกตั้ง 2562 : สื่อต่างชาติเกาะติดการเลือกตั้งในประเทศไทย

เลือกตั้ง 2562 : สื่อต่างชาติเกาะติดการเลือกตั้งในประเทศไทย

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : สื่อต่างชาติเกาะติดการเลือกตั้งในประเทศไทย

สถานทูตสหรัฐอเมริกาในประเทศไทย ออกคำแนะนำให้พลเรือนอเมริกันหลีกเลี่ยงการเข้าร่วมชุมนุมใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งและให้ปฏิบัติตามกฎหมายไทยที่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ ขณะที่สื่อต่างชาติทั่วโลกส่งทีมผู้สื่อข่าวจำนวนมากเข้ามารายงานบรรยากาศเลือกตั้ง

วันนี้ (24 มีนาคม 2562) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกคำแนะนำพลเรือนอเมริกัน ผ่านเว็บไซต์ทางการของสถานทูต ให้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่ไทยและปฏิบัติตามกฎหมายไทยที่ห้ามวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ พร้อมทั้งร้องขอให้ชาวอเมริกัน หลีกเลี่ยงการชุมนุมใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และติดตามสถานการณ์ผ่านสื่อทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในช่วงการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังระบุด้วยว่า หลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่โดยรอบคูหาเลือกตั้ง อาจพบเห็นตำรวจและทหารตรึงกำลังรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

ขณะที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยว่า มีหลายประเทศทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย เกาหลีใต้ และประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งองค์การระหว่างประเทศอีกจำนวนหนึ่ง ส่งผู้แทนเข้าร่วมสังเกตการณ์การเลือกตั้งทั้งในกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดทั่วประเทศ

ด้านสื่อต่างชาติจากทั่วโลก ส่งทีมผู้สื่อข่าวจำนวนมากเข้ามารายงานข่าวบรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปของไทย ตั้งแต่เริ่มเปิดหีบ เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้ที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง ซึ่งมีอายุระหว่าง 18-26 ปี ที่มีมากกว่า 7 ล้านคน ว่าอาจเป็นตัวแปรสำคัญในการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากเป็นกลุ่มที่คาดการณ์ได้ยาก และไม่ได้เป็นฐานเสียงของพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งโดยเฉพาะ

สื่อต่างชาติหลายสำนัก ยังวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้หลายรูปแบบ แต่เชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐมีโอกาสจัดตั้งรัฐบาลและเลือกนายกรัฐมนตรีได้ หากสามารถคว้าที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรเพียง 126 ที่นั่ง เนื่องจากขณะนี้มีเสียงในวุฒิสภา 250 เสียงอยู่ในมือแล้ว เทียบกับพรรคการเมืองอื่นๆ ที่ต้องการที่นั่งจากการเลือกตั้งครั้งนี้อย่างน้อย 376 ที่นั่ง จึงจะมีโอกาสเลือกนายกรัฐมนตรีได้

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญประเมินว่า จะไม่มีพรรคการเมืองใดได้รับเสียงมากเพียงพอ และคาดว่าพรรคเพื่อไทยจะคว้าที่นั่งได้ 150-200 ที่นั่ง แต่ต้องไปจับมือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน