เลือกตั้ง 2562 : "เพื่อไทย" เดินหน้าจับมือ "ฝ่ายประชาธิปไตย" จัดตั้งรัฐบาล

เลือกตั้ง 2562 : "เพื่อไทย" เดินหน้าจับมือ "ฝ่ายประชาธิปไตย" จัดตั้งรัฐบาล

เลือกตั้ง 2562 : "เพื่อไทย" เดินหน้าจับมือ "ฝ่ายประชาธิปไตย" จัดตั้งรัฐบาล

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : "เพื่อไทย" เดินหน้าจับมือ "ฝ่ายประชาธิปไตย" จัดตั้งรัฐบาล

พรรคเพื่อไทย แถลงระบุ ย้ำพรรคที่นั่ง ส.ส.อันดับ 1 มีสิทธิตั้งรัฐบาล ขณะนี้อยู่ระหว่างการเดินหน้าจับมือกับพรรคฝ่ายประชาธิปไตยในการจัดการเลือกตั้ง เชือมีมากว่า 300 ที่นั่ง

วันนี้ (25 มี.ค.2562) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายภูมิธรรม เวชชยชัย เลขาธิการพรรคเพื่อไทย นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทยแถลงข่าวโดยระบุว่า ขอบคุณเสียงของประชาชนที่แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครเพียง 250 เขต ก็สามารถทำให้ประชาชนได้ไว้ความไว้ในลำดับ 1 ได้ การเดินหน้าต่อไปในฐานะที่ได้ฉันทานุมัติจากประชาชนมากที่สุด ก็จะรวบรวมเสียงในการจัดตั้งรัฐบาล และพรรรคที่ะร่วมรัฐบาลคือพรรคที่ไม่ร่วมกับการสืบทอดอำนาจ ซึ่งก็มีพรรคที่ประกาศตัวชัดเจน ซึ่งยังคงตามหลักการนี้และดำเนินการตามเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกผ่านการเลือกตั้ง

 

 

นายภูมิธรรม ระบุว่า พรรคได้ ส.ส.เขตทั้งหมด 137 คน ถือเป็นอันดับ 1 ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ส่วนอันดับ 2 ที่ได้ 112 ก็ต้องดูต่อไป และเมื่อดูจากฉันทามติพรรคได้รับการยอมรับจากประชาชน และตามประเพณีการปกครองตามที่ได้ดำเนินการกันมาพรรคที่ได้คะแนนเสียงสูงสุดและมี ส.ส.ในสภามากที่สุดจะมีสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งจากนี้พรรคจะเดินหน้าประสานที่มีเจตนารมณ์กว่า 300 ที่นั่งในการประกาศตัวว่าไม่อยากเห็นการสืบทอดอำนาจ อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงจากสิ่งที่เป็นมาตลอด 5 ปีในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

เจตนารมณ์ของประชาชนสำคัญที่สุด และ ส.ว.ซึ่งมีที่มาจากเงินของประชาชนเช่นกัน โดยใช้เงิน 1,000 กว่าล้านบาทที่ได้เลือกไป แล้วออกมาเชื่อว่าจะทำหน้าที่โดยอิสระให้สมกับเจตนารมณ์ของประชาชน


นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย ระบุ พรรคการเมืองที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าไม่สืบทอดอำนาจที่เห็นชัดๆมีมากกว่า 300 เสียง จากทั้งหมด 500 เสียง ซึ่งหากยืนยันอย่างนั้นก็เท่ากับว่าไม่ต้องการเห็นการสืบทอดอำนาจ พรรคเพื่อไทยก็จะดำเนินการตามฉันทามติเพื่อตอบสนองที่ประชาชนให้ความไว้วางใจจากประชาชน

 

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่า กติกากรณีของประเทศไทยนั้นอยู่ที่จำนวน ส.ส.ในสภาเพราะ ส.ส.จะทำหน้าที่เลือกนายกรัฐมนตรีซึ่งครั้งนี้อาจรวมเสียงของ ส.ว.ไปด้วยซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับคะแนนเสียงของพรรค ซึ่งหากเทียบกับต่างประเทศเช่น สหรัฐฯอเมริกานายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีก็ได้จัดตั้งรัฐบาลเนื่องจากได้ ส.ส.มากกว่านางฮิลลารี่ คลินตัน ที่ได้คะแนนป็อปปูล่าโหวตมากกว่า

ขณะที่คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่ต้องคุยกันและกติกาที่ถูกทำให้ผลการเลือกตั้งเป็นเช่นนี้ ไม่ชอบมาพากล ตามที่ปรากฏในสื่อก็ถือว่าไม่อยู่ในวิสัยปกติ ทั้งกติกา การดำเนินงาน พรรคก็รวบรวมและจะแถลงเป็นระยะในเรื่องของความไม่ถูกต้อง ในการดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีทั้งมากมาย

 

พรรคเพื่อไทย จะไม่ทำให้ประชาชนผิดหวังและทำตามที่ประชาชนฝากความหวังและคุยกับพรรคร่วมโดยเอาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ผลประโยชน์พรรคจะเป็นรองเพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าอย่างสงบสุข มีอนาคตที่ดี และจะพูดคุยกันให้ความสบายใจว่า การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่ใช่แบบปกติ ไม่ใช่การได้มาซึ่งอำนาจ มันควรจะจบ การจัดตั้งรัฐบาล โดยมีหลัก 3 ประการที่ต้องดำเนินการคือ 1.แก้ไข ตอบสนองสิ่งที่ประชาชนปรารถนาให้ได้ 2.ทำบริบทประเทศให้เข้าสู่ประชาธิปไตยที่เป็นสากล 3.ยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง

 

ขณะที่นายภูมิธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า เสียงข้างมากของประชาชนที่เลือกผู้แทนในสภาสะท้อนให้เห็นว่า อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงโดยตั้งเป้าที่ผลประโยชน์ของประชาชน และเชื่อว่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลตามเจตนารมณ์ของประชาชนจะคุยกันโดยยึดมั่นตามฉันทามติให้ประชาชนไม่ผิดหวัง พรรคในฝ่ายประชาธิปไตยจะคุยกันโดยเอาประชาชนเป็นที่ตั้ง

 

 

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า กติกาพยายามทำให้พรรคเพื่อไทยเล็กลง ได้ ส.ส.เขตมากก็ไม่ได้ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ กติกาไม่ต้องพูดมากว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้งสื่อ และประชาชนได้รวบรวมเรื่องราวไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งไว้จำนวนมาก ซึ่งต้องกลับมาทำให้ชัดเจนไม่ให้คลางแคลงใจและต่างชาติต้องเชื่อมั่น วันนี้เป็นเรื่องที่ต้องสะสาง กกต.ต้องทำให้เกิดความเที่ยงธรรม ทุกเรื่องต้องมีคำตอบ 

 

เราบอกแต่แรกต้องป้องกัน 3 เรื่อง ป้องกันซื้อเสียง อำนาจรัฐ โกงการเลือกตั้ง ซึ่งมาครบ ผลประกาศเลือกตั้งได้มาเท่านี้น้อมรับ แต่ส่วนที่ผิดปกติก็ต้องต่อสู้ต่อไป แต่ผู้ที่ให้ความไว้วางใจคือประชาชน

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน