ย้อนเส้นทางฝ่าสมรภูมิเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์

ย้อนเส้นทางฝ่าสมรภูมิเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์

ย้อนเส้นทางฝ่าสมรภูมิเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์

รูปข่าว : ย้อนเส้นทางฝ่าสมรภูมิเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์

ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา ถือเป็นเรื่องที่ทำให้พรรคการเมืองเก่าแก่ที่อายุกว่า 70 ปี อย่างพรรคประชาธิปัตย์ ต้องหันกลับมาทบทวนถึงความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ภายหลังการประกาศลาออกของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศลาออกแสดงความรับผิดชอบทันที นายอภิสิทธิ์ เคยระบุก่อนเลือกตั้ง หากได้ไม่ถึง 100 ที่นั่ง จะลาออก

ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการออกมาพรรคประชาธิปัตย์ได้จำนวน ส.ส.ไม่ถึงที่สำคัญในกรุงเทพฯ ที่เคยเป็นเจ้าของพื้นที่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้ ส.ส. แม้แต่เขตเดียว แม้การลาออกจะเกิดขึ้นท่ามกลางคำถาม นี่คือหมากที่วางไว้เป็นการเปิดทางให้พรรคประชาธิปัตย์จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะไม่ต้องทำตามสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ ประกาศจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ หรือไม่ แต่อีกด้านหนึ่งการตัดสินใจลาออกก็ได้รับเสียงชื่นชม ว่าได้ดำเนินการตามคำขวัญของพรรค "คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย"

ขณะที่กระแสในพรรคประชาธิปัตย์ คนระดับแกนนำในพรรคบางคน ยอมรับว่า อุบัติเหตุใหญ่ที่นำมาซึ่งความพ่ายแพ้ครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการนายอภิสิทธิ์ แสดงจุดยืนไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ และกรณีความเคลื่อนไหวของนายทักษิณ ชินวัตร จากฮ่องกง ก่อนเลือกตั้งเพียง 2 วัน

พรรคประชาธิปัตย์ พรรคที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย ปัจจุบัน อายุเกือบ 73 ปีเต็ม เป็นพรรคที่มีความเป็นสถาบันทางการเมืองสูง แต่ในทางตรงกันข้าม เส้นทางการต่อสู้ในสมรภูมิเลือกตั้ง หากนับครั้งล่าสุด รวมแล้ว 23 ครั้ง ชนะ 6 ครั้ง แพ้ 14 ครั้ง และบอยคอย 3 ครั้ง จึงมีภาพจำในฐานะพรรคฝ่ายค้านค่อนข้างชัด

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่พรรคประชาธิปัตย์ เผชิญกับผลพ่ายแพ้จากการเลือกตั้งแบบช็อคความรู้สึก 22 เม.ย.2522 พรรคการเมืองใหม่ ที่เพิ่งก่อตั้งเพียงไม่ถึง 2 เดือนอย่างพรรคประชากรไทย นำโดยนายสมัคร สุนทรเวช ก็กระแสแรงจนกวาดที่นั่งในกรุงเทพมหานครไป 29 ที่นั่ง จาก 32 ที่นั่ง และในจำนวน 3 ที่นั่งที่เหลือ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ไปเพียงที่นั่งเดียว ส่งผลให้หัวหน้าพรรค และกรรมการบริหารพรรค ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบ

เช่นเดียวกับการเลือกตั้งปี 2535 ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ ส.ส.กรุงเทพ เพียง 1 คน คือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะที่พรรคพลังธรรม พรรคใหม่ขณะนั้น กวาด ส.ส. ไป 32 คน จากทั้งหมด 35 เขต

ยุครุ่งเรืองที่สุดยุคหนึ่งของประชาธิปัตย์ คือยุคที่นายชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 20 ของประเทศไทย ถือว่าได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างมาก ขณะเดียวกัน ในปี 2551 นายอภิสิทธิ์ ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ของประเทศไทย หลังศาลฯ สั่งยุบพรรคพลังประชาชน และพรรคร่วมรัฐบาล นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ พ้นจากตำแหน่งนายกฯ และครั้งนั้น ก็ทำให้นายอภิสิทธิ์ กลายเป็นนายกฯ ที่อายุน้อยที่สุดเพียง 44 ปีเท่านั้น

กลับขึ้นด้านบน