ยึดหนังเสือขายผ่านออนไลน์ทำ "เครื่องรางของขลัง"

ยึดหนังเสือขายผ่านออนไลน์ทำ "เครื่องรางของขลัง"

ยึดหนังเสือขายผ่านออนไลน์ทำ "เครื่องรางของขลัง"

รูปข่าว : ยึดหนังเสือขายผ่านออนไลน์ทำ "เครื่องรางของขลัง"

ชุดพญาเสือ ตรวจยึดขายซากหนังเสือไฟ เสือดาว เสือลายเมฆ สัตว์ป่าคุ้มครองหายากเกือบ 50 ชิ้น ตัดขายผ่านเฟซบุ๊ก มูลค่าความเสียหาย 408,700 บาท ชี้นิยมทำตะกรุดหนังเสือป้องกันอันตราย เร่งแกะรอยหาที่มาของเสือและขบวนการค้า

วันนี้ (26 มี.ค.2562) นายพนัชกร โพธิบัณฑิต นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กล่าวว่า จากกรณีมีบุคคลประกาศขายซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เช่น หนังสัตว์ป่า เขี้ยวสัตว์ป่า กระโหลกสัตว์ป่ผ่านทางเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่หน่วยพญาเสือ สืบสวน ขยายผลจนทราบถึงที่พักและจุดที่เก็บซากสัตว์ป่า และขอหมายศาล เข้าตรวจค้นบ้านบ้านเลขที่ 388/19 ม.1 ต.ท่าเคย อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี พบ​นายอดุลย์ มาตรเหลือง ผู้ต้องหา แสดงตัวเป็นผู้อยู่อาศัยบ้านหลังดังกล่าว จึงดำเนินการขอเข้าตรวจค้นภายในบ้าน พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

  • ซากหนังเสือลายเมฆ จำนวน 23 ชิ้น 
  • ซากหนังเสือไฟ จำนวน 13 ชิ้น
  • ซากหนังแมวดาว จำนวน 9 ชิ้น 
  • เศษซากหนังเสือลายเมฆและเสือไฟ
  • ซากเขาเก้งธรรมดา จำนวน 2 ชิ้น 

ชี้นิยมทำเครื่องรางของขลัง 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายพนัชกร กล่าวว่า สำหรับหนังเสือ ที่ยึดได้ทั้งหมด ถือว่าเป็นสัตว์ป่าหายาก ไม่อนุญาตให้มีการเพาะเลี้ยงในฟาร์ม ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีการนำมาจากสวนเสือ คาดว่าจะนำมาจากป่าธรรมชาติ แต่ยังไม่ชัดเจนว่าจากป่าแถวไหน เบื้องต้นจากการสอบปากคำ นายอดุลย์ ยอมรับว่าซื้อเสือมาเป็นตัว และตัดเป็นแผ่นขนาด 4X4 นิ้วขายในราคาประมาณ 500 บาท และขายผ่านกลุ่มไลน์เพื่อน ทำมาประมาณ 1 ปี โดยหนังเสือนิยมนำไปปลุกเสกเป็นเครื่องรางของขลัง 

ความนิยมในกลุ่มที่มีความเชื่อเรื่องพุทธคุณ มักนำไปทำวัตถุมงคล เช่นตะกรุดหนังเสือ เป็นเครื่องรางของขลัง ที่เชื่อว่าจะได้รับการป้องกันภัยอันตราย โดยกำลังแกะรอยจากมือถือว่ามีลูกค้าเป็นกลุ่มไหนบ้าง และหาความเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ค้าสัตว์ป่าออนไลน์ 

ทั้งนี้จากประเมินราคาค่าเสียหายสัตว์ป่าคุ้มครอง จำนวน ​408,700 บาท คณะพนักงานเจ้าหน้าที่ทำบันทึกตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และแจ้งความกล่าวโทษดำเนิคดีนายอดุลย์ ต่อพนักงานสอบสวน สภ.สวนผึ้งจ.ราชบุรี  

 

 

กลับขึ้นด้านบน