เตือนอย่าแชร์ข่าวปลอม "ไม่นับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร-ขนบัตรไปทำลาย"

เตือนอย่าแชร์ข่าวปลอม "ไม่นับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร-ขนบัตรไปทำลาย"

เตือนอย่าแชร์ข่าวปลอม "ไม่นับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร-ขนบัตรไปทำลาย"

รูปข่าว : เตือนอย่าแชร์ข่าวปลอม "ไม่นับบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร-ขนบัตรไปทำลาย"

กกต.เตือนอย่าแชร์ข่าวปลอม "ไม่นับบัตรนอกราชอาณาจักร-ขนบัตรไปทำลาย-พาดหัวข่าวบิดเบือน" จ่อดำเนินคดีทั้งผู้โพสต์และผู้ส่งต่อข้อมูล

เมื่อวันที่ 31 มี.ค.62 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารชี้แจงกรณีที่มีข่าวทางสื่อออนไลน์ว่า บัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรไม่ได้ถูกนำมานับรวมเป็นคะแนน ส่อไปในทางทุจริตนั้น

สำนักงาน กกต.ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นแล้ว พบว่าภาพดังกล่าวเป็นถุงเมลของกระทรวงการต่างประเทศที่บรรจุบัตรเลือกตั้งล่วงหน้านอกราชอาณาจักรที่คัดแยกไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมจะนำส่งออกไปยังสถานทูต สถานกงสุลในประเทศต่างๆ ไม่ใช่เป็นกรณีตามที่กล่าวหา การบรรยายภาพดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

ทั้งนี้ขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเผยแพร่หรือแชร์คลิป ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และสำนักงาน กกต.ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อจะดำเนินคดีกับผู้โพสต์ภาพและส่งข้อมูลต่อไป

 

ไม่จริง! “ทรัมป์” กดดันถอด กกต. 

ส่วนกรณีกรณีการแชร์ภาพและข้อความ "ทรัมป์ กดดันถอด กกต." สำนักงาน กกต.ตรวจสอบจากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยได้รับแจ้งว่าไม่น่าจะเป็นข่าวจริง

ปัดขนบัตรเลือกตั้งไปทำลาย

ส่วนกรณีที่มีข่าวทางสื่อออนไลน์ว่า พบรถขนบัตรเลือกตั้งเพื่อนำไปทำลายบริเวณแยกบางปลา จ.สมุทรสาคร ได้ประสานงานกับสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดสมุทรสาครแล้ว ปรากฏว่า เป็นกรณีที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ เขตเลือกตั้งได้ทำการขนส่งบัตรเลือกตั้งที่นับคะแนนและทำการตรวจสอบจนเสร็จสิ้นกระบวนการแล้ว

พร้อมด้วยวัสดุอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปเก็บรักษาไว้ ณ สถานที่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งกำหนด

ทั้งนี้ เป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งฯ กำหนด ข้อความที่ปรากฎในข่าวว่านำบัตรเลือกตั้งไปทำลายนั้นเป็นความเท็จ การบรรยายภาพดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง

จึงขอให้ประชาชนระมัดระวังในการเผยแพร่หรือแชร์ภาพ ซึ่งอาจเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งสำนักงาน กกต.จะได้ดำเนินคดีกับผู้โพสต์ภาพและส่งข้อมูลต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน