ฝุ่นPM2.5 "ประยุทธ์" สั่งใช้กฎหมายจับมือเผาป่าวอด 1.2 แสนไร่

ฝุ่นPM2.5 "ประยุทธ์" สั่งใช้กฎหมายจับมือเผาป่าวอด 1.2 แสนไร่

ฝุ่นPM2.5 "ประยุทธ์" สั่งใช้กฎหมายจับมือเผาป่าวอด 1.2 แสนไร่

รูปข่าว : ฝุ่นPM2.5 "ประยุทธ์" สั่งใช้กฎหมายจับมือเผาป่าวอด 1.2 แสนไร่

นายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จ.เชียงใหม่ แก้ปัญหาหมอกควัน กำชับอย่าโยงเผาป่ากับการเมือง สั่งใช้กำหมายเข้มข้น ด้านอธิบดีกรมป่าไม้ ระบุจัด 100 ชุดลงพื้นที่เชียงใหม่ เชียงราย ที่มีการลักลอบเผาป่า พื้นที่การเกษตร ให้อำนาจจับจริงทันที พบป่าเสียหายกว่า 1.2 แสนไร่

วันนี้( 1 เม.ย.2562) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ตอบคำถามกรณีที่ พล.ต.บัญชา ดุริยพันธ์ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ระบุว่า "กระบวนการลอบเผาป่าอย่างมีนัยยะ เพื่อหยิบยกเป็นเหตุโจมตีทางการเมือง โดยพล.อ.ประยุทธ์ ต้องมอบหมายให้ผู้เกี่ยวข้อง สืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริง ก่อนจะย้ำว่า ไม่ควรเชื่อมโยงความเดือดร้อนของประชาชน เป็นประเด็นการเมือง

ต้องมีการสืบสวนกันต่อไป และถ้าสอบเจอว่ามาจากใคร ในการปลุกปั่นปลุกระดมตรงนี้ ก็ไปหามา และอย่านำมาเกี่ยวพันกัน คนทำรู้ตัวเองอยู่แล้ว ไม่อยากให้นำเหตุการณ์ไฟป่ามาเป็นเรื่องการเมืองไปหมดประเทศชาติจะเดินไม่ได้

นายกรัฐมนตรี ย้ำว่าการลักลอบเผาป่า เป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละอองในพื้นที่ภาคเหนือ นอกเหนือจากมลพิษที่เกิดขึ้นในเขตเมือง และแม้จะมีความพยายามแก้ปัญหา ทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ควบคู่กับการขอความร่วมมือประชาชนในเบื้องต้นแล้ว

แต่ปัญหาที่ยังคงเกิดขึ้น จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในทุกมาตรการ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมาย กับผู้ลักลอบเผาป่า

 

และในวันพรุ่งนี้ (2 เม.ย.) นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจราชการที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมประชุมติดตามและประเมินสถานการณ์ฝุ่นละอองในจังหวัดภาคเหนือ โดยจะกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดภาคเหนือ ให้เข้มงวดบังคับใช้กฏหมายเรื่องไฟป่า พร้อมให้กระทรวงมหาดไทย ประสานขอความร่วมมือในพื้นที่ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่มีไฟป่ากว่า 3,000 จุด โดยให้กระทรวงการต่างประเทศหารือในเวทีอาเซียน เพราะไฟที่ไหม้ไม่ใช่ไฟป่า แต่เป็นไฟที่เผาจุดเอง ซึ่งจะพยายามแก้ปัญหามาตลอด แต่ควบคุมไม่ได้ เพราะพื้นที่ภูเขาสูง

จัดชุดเฉพาะกิจ 100 ชุดเจอเผาป่าจับจริง

ด้านพล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับตำรวจทุกพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือ กวดขันจับกุมการลักลอบเผา สร้างมลพิษทางอากาศ ซึ่งจับกุมแล้วกว่า 230 ราย พร้อมยืนยันว่า ตำรวจจะดำเนินคดีและบังคับใช้กฎหมาย โดยไม่ละเว้น ไม่ว่าจะเป็นนายทุน นักธุรกิจ เจ้าของไร่ ที่มีกระแสข่าวสั่งเผาหวังผลทางการเกษตร

ส่วนนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่าสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ส่วนใหญ่เกิดในเขตป่าอนุรักษ์ช่วงรอยต่อเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ที่ผ่านมามีการส่งชุดเหยี่ยวไฟ ของกรมป่าไม้ไปกว่า 500 นายและกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าอีก 1,500 นายยอมรับว่าไม่เพียงพอกับสถานการณ์และต้องขอกำลังจากทหารเข้ามาช่วยดับไฟป่า พร้อมทั้งยุทโธปกรณ์ต่างๆ

ยอมรับปีนี้ไฟป่าหนักมากกว่าทุกปี หลายปัจจัยรวมกัน และห้วงของหน้าแล้งยาว และแล้งปีนี้มาเร็ว จากเอลนิโญตั้งแต่ปลายปี ไม่มีฝนลงมา และเชื้อเพลิงสะสมมีมาก และช่วงที่ห้ามเผา ไม่สามารถควบคุมชาวบ้านห้ามเผาพื้นที่ได้เลย
ภาพ: อรรถพล เจริญชันษา

ภาพ: อรรถพล เจริญชันษา

นายอรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นมีการจัดชุดเฉพาะกิจร่วม ทหาร ตำรวจ และกรมป่าไม้ กรมอุทยาน กระทรวงเกษตร และฝ่ายปกครองประมาณ 100 ชุดลงพื้นที่ในจุดที่มีปัญหาการเผาพื้นที่ ในเขตเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าในระดับตำบลและชุมชน โดยสามารถออกคำสั่งทำจับได้ทันที หากพบการเผาป่า เผาพื้นที่การเกษตร โดยใช้ข้อบัญญัติภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ทั้งกฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยานฯ พ.ร.บ.สาธารณสุข ซึ่งถือเป็นการยกระดับการแก้ปัญหาที่เข้มข้นขึ้น

ข้อมูลวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ป่าเสียหาย 1158 ไร่ แต่รวมทั้งหมดตั้งแต่ ต.ค.2561-31 มี.ค.62 มีพื้นที่ป่าเสียหาย 127,569 ไร่ และเป็นพื้นที่เกษตร 921 ไร่ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"8 ชีวิต สู้ไฟป่า 5 พันไร่" เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าเชียงแสน

ฝุ่น PM 2.5 : "N95 For Free" จิตอาสาโซเชียลรวมพลังส่งต่อหน้ากากกันฝุ่นพิษ

 

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน