ฝุ่น PM2.5 : ส่ง จนท.100 ชุด จับคนเผาป่า พบผิดตัดสิทธิ์ใช้พื้นที่

ฝุ่น PM2.5 : ส่ง จนท.100 ชุด จับคนเผาป่า พบผิดตัดสิทธิ์ใช้พื้นที่

ฝุ่น PM2.5 : ส่ง จนท.100 ชุด จับคนเผาป่า พบผิดตัดสิทธิ์ใช้พื้นที่

รูปข่าว : ฝุ่น PM2.5 : ส่ง จนท.100 ชุด จับคนเผาป่า พบผิดตัดสิทธิ์ใช้พื้นที่

วิกฤตหมอกควันไฟป่าใน 9 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น พบในรอบ 5 เดือน ( ต.ค.61- มี.ค.62) มีพื้นที่เสียหายรวมเกือบ 50,000 ไร่ ขณะที่กรมป่าไม้งัดไม้แข็งเผาป่าในพื้นที่ปลดล็อกให้ทำกินหมดสิทธิ์

วันนี้ 2 เม.ย.62 นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า สถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ ปีนี้ค่อนข้างรุนแรงมากกว่ามากกว่าทุกปี โดยมีหลายปัจจัยรวมกันทั้งการเผาป่าเพื่อหาสัตว์ป่า เปิดพื้นที่การเกษตร ประกอบกับ ของหน้าแล้งยาว และแล้งปีนี้มาเร็วจากเอลนิโญตั้งแต่ปลายปี ไม่มีฝนลงมา และเชื้อเพลิงสะสมมีมาก และช่วงที่ห้ามเผา ไม่สามารถควบคุมชาวบ้านห้ามเผาพื้นที่ได้เลย

ข้อมูลของกรมป่าไม้ วันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา มีพื้นที่ป่าเสียหาย 1,158 ไร่ แต่รวมทั้งหมดตั้งแต่ ต.ค.61-31 มี.ค.62 มีพื้นที่ป่าเสียหาย 127,569 ไร่ และเป็นพื้นที่เกษตร 921 ไร่

นายอรรถพล กล่าวว่า เบื้องต้นมีการจัดชุดเฉพาะกิจร่วม ทหาร ตำรวจ และกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กระทรวงเกษตร และฝ่ายปกครองประมาณ 100 ชุด ลงพื้นที่ในจุดที่มีปัญหาการเผาพื้นที่ในเขตเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน เพื่อเข้าในระดับตำบลและชุมชน โดยสามารถออกคำสั่งทำจับได้ทันที หากพบการเผาป่า เผาพื้นที่การเกษตร โดยใช้ข้อบัญญัติภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ทั้งกฎหมายป่าไม้ กฎหมายอุทยานฯ พ.ร.บ.สาธารณสุข ซึ่งถือเป็นการยกระดับการแก้ปัญหาที่เข้มข้นขึ้น

โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อนุญาตให้คนอยู่ในป่าตามมติ ครม.30 มิ.ย.2541 และหลังคำสั่งคสช.2557 ที่กำลังอนุญาตให้ทำกินเขตป่าอย่างผิดกฎหมาย ถ้าเจอว่าเป็นผู้ที่อยู่ในกลุ่มนี้จะถูกตัดสิทธิ์ทำกินทันที เพราะถือว่าไม่ให้ความร่วมมือ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ถึงเชียงใหม่ ขีดเส้น 7 วันดับไฟไหม้ป่า

จุดความร้อนรอบไทย 6,936 จุด เตือนกลุ่มเสี่ยงรับมือฝุ่นพิษอีก 5 วัน

ครั้งแรก ! คทช.ไฟเขียวจัดคนอยู่ในป่าอนุรักษ์ 5.9 ล้านไร่

เปิดสถิติไฟป่า 9 จังหวัดภาคเหนือ

"ไทยพีบีเอสออนไลน์" ตรวจสอบความเสียไฟไหม้ป่าในพื้นที่ภาคเหนือ เปรียบเทียบระหว่างปี 2561-2562 (ข้อมูล : 1 ต.ค.61-27 มี.ค.62) และปี 2560-2561 (1 ต.ค.60-27 มี.ค.61) ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันพบว่าความเสียหายจากไฟไหม้ป่าทั่วประเทศมีแนวโน้มสูงขึ้นเท่าตัวดังนี้ 

  • ภาคเหนือ : มีพื้นที่เสียหายจากไฟไหม้ป่า 56,165.17 ไร่ มีการดับไฟป่า 3,100 ครั้ง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เสียหาย 20,993.80 ไร่ ดับไฟป่า 936 ครั้ง
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก : เสียหาย 7,065 ไร่ ดับไฟป่า 554 ครั้ง 
  • ภาคใต้ : เสียหาย 15 ไร่ ดับไฟป่า 1 ครั้ง

รวมดับไฟป่า 4,591 ครั้ง พื้นที่ถูกไฟไหม้ 84,238.97 ไร่ หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2560-2561 

  • ภาคเหนือ : มีพื้นที่เสียหายจากไฟไหม้ป่า 30,957.78 ไร่ มีการดับไฟป่า 1,837 ครั้ง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : เสียหาย 7,712.96 ไร่ ดับไฟป่า 722 ครั้ง
  • ภาคกลางและภาคตะวันออก : เสียหาย 1,468 ไร่ ดับไฟป่า 153 ครั้ง 
  • ภาคใต้ : เสียหาย 432.31 ไร่ ดับไฟป่า 10 ครั้ง 

 

และหากเปรียบการเกิดไฟไหม้และหมอกควันภาคเหนือ 9 จังหวัด ระหว่างปี 2561-2562 ดังนี้ 

รวม 9 จังหวัด ดับไฟป่า 2,813 ครั้ง มีพื้นที่ถูกไฟไหม้ 49,565.67 ไร่

  • เชียงใหม่ มีพื้นที่เสียหายจากไฟไหม้ป่า 19,693 ไร่ มีการดับไฟป่า 1,495 ครั้ง
  • แม่ฮ่องสอน เสียหาย 1690.50 ไร่ ดับไฟป่า 103 ครั้ง
  • ลำปาง เสียหาย 5,404 ไร่ ดับไฟป่า 294 ครั้ง
  • ลำพูน เสียหาย 10,232 ไร่ ดับไฟป่า 295 ครั้ง
  • เชียงราย เสียหาย 2,657.18 ไร่ ดับไฟป่า 155 ครั้ง
  • พะเยา เสียหาย 1,645 ไร่ ดับไฟป่า 110 ครั้ง
  • แพร่ เสียหาย 1,978 ไร่ ดับไฟป่า 107 ครั้ง
  • น่าน เสียหาย 2,283 ไร่ ดับไฟป่า 142 ครั้ง
  • ตาก เสียหาย 3,982 ไร่ ดับไฟป่า 112 ครั้ง
     

 

ขณะที่ ระหว่างปี 2560-2561 เกิดไฟไหม้และหมอกควัน ดังนี้ 

รวม 9 จังหวัด 1,632 ครั้ง พื้นที่ถูกไฟไหม้ 28,118.78 ไร่

  • เชียงใหม่ มีพื้นที่เสียหายจากไฟไหม้ป่า 10,745 ไร่ มีการดับไฟป่า 857 ครั้ง
  • แม่ฮ่องสอน เสียหาย 1,439.13 ไร่ ดับไฟป่า 154 ครั้ง
  • ลำปาง เสียหาย 3,820 ไร่ ดับไฟป่า 204 ครั้ง
  • ลำพูน เสียหาย 5,089 ไร่ ดับไฟป่า 194 ครั้ง
  • เชียงราย เสียหาย 69.60 ไร่ ดับไฟป่า 17 ครั้ง
  • พะเยา เสียหาย 158 ไร่ ดับไฟป่า 19 ครั้ง
  • แพร่ เสียหาย 50 ไร่ ดับไฟป่า 501 ครั้ง
  • น่าน เสียหาย 721 ไร่ ดับไฟป่า 43 ครั้ง
  • ตาก เสียหาย 5,575.50 ไร่ ดับไฟป่า 94 ครั้ง

 

หมายเหตุ : ส่วนควบคุมไฟป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รับรายงานจากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ 1-16 วันที่ 27 มี.ค. ของปีงบประมาณ 2562

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน