เขาอ่างฤาไน คุมเข้มพื้นที่สกัดพรานลักลอบล่า "วัวแดง"

เขาอ่างฤาไน คุมเข้มพื้นที่สกัดพรานลักลอบล่า "วัวแดง"

เขาอ่างฤาไน คุมเข้มพื้นที่สกัดพรานลักลอบล่า "วัวแดง"

รูปข่าว : เขาอ่างฤาไน คุมเข้มพื้นที่สกัดพรานลักลอบล่า "วัวแดง"

หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน สั่งเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนคุ้มเข้มพื้นที่มากขึ้น หลังเจอกลุ่มพรานลักลอบล่าฆ่าวัวแดงไปชำแหละขายในหมู่บ้านรอบป่า ขณะที่ยังเริ่มเจอวัวแดงออกหากินกระจายในป่าหลายจุด ห่วงเป็นเหยื่อนายพราน

วันนี้(4 เม.ย.2562) นายวีระพงศ์ โคระวัตร หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤๅไน เปิดเผยว่า จากข้อมูลการลาดตระเวนเชิงคุณภาพ ที่เฝ้าระวังการล่าสัตว์ และการลักลอบตัดไม้อย่างเข้มข้น พบในพื้นที่เขตรักษาพันธุ์เขาอ่างฤๅไน ยังมีประชากรวัวแดง สัตว์ป่าคุ้มครองที่ใกล้สูญพันธุ์ กระจายตัวอยู่ในพื้นที่หลายจุด

แต่ที่น่ากังวลคือพบมีการลักลอบล่าสัตว์ป่าเพื่อนำเนื้อไปขาย จากการตรวจพื้นที่ยังเจอการวางบ่วงดัก หรือการล่าโดยใช้อาวุธปืน

ที่ผานมาเจ้าหน้าที่บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานในการติดตาม และกวาดล้างกลุ่มนายพราน ทั้งการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น การประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับชุมชน ลาดตระเวนที่เข้มข้นมากขึ้น 

โดยในช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีการติดตามประชากรวัวแดงในพื้นที่ มีการปรับปรุงทุ่งหญ้าและติดตั้งกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่า พบวัวแดงเข้ามาใช้ประโยชน์ในพื้นที่ หลังจากนี้จะต้องวางมาตรการเชิงรุกและต้องศึกษาศึกษาประชากรวัวแดงในป่าเขาอ่างฤาไน เพื่อให้รู้ข้อมูลการกระจายตัวของประชากร และดูแนวโน้มว่ามีการเพิ่มขึ้นหรือลดลง โดยข้อมูลที่ได้จะนำไปใช้เพื่อการบริหารจัดการพื้นที่ในอนาคต

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

จับลักลอบล่าวัวแดงชำแหละขาย

ด้านนายพนัชกร โพธิบัณฑิต นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ กล่าวว่า เมื่อช่วงวันที่  26-27 มี.ค.ที่ผ่านมา หน่วยพญาเสือ เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน สนธิกำลังทหารร้อยทหารพรานที่ 1306 และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบกลุ่มบุคคลมีพฤติกรรมเข้าไปล่าสัตว์ป่า ภายในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน และนำมาชำแหละแบ่งขาย เจ้าหน้าที่จึงเข้าดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ 3 จุด จุดแรกพบมีการปะกอบอาหารที่ทำจากเนื้อมีลักษณะคล้ายวัวแดง  จำนวน 2 กิโลกรัม เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการอายัด เพื่อนำชิ้นเนื้อดังกล่าวส่งตรวจพิสูจน์ กับศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า หาผลพิสูจน์เป็นวัวแดง (สัตว์ป่าคุ้มครอง) หรือไม่​ 

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

ภาพ:กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช

 

จากนั้นขยายผลอีก 1 จุดพบชิ้นเนื้อและเครื่องในของวัวแดง จำนวน 3 ถุง น้ำหนัก 3 กิโลกรัม พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง ชะมดเช็ด จำนวนครึ่งตัว น้ำหนัก 0.4 กิโลกรัม และพบซากไก่ฟ้าพญาลอ 1 ตัว ในลักษณะที่โดนยิงด้วยกระสุนปืนเข้าที่หัว น้ำหนัก 1.1 กิโลกรัม ประเมินราคาของกลางจากซากสัตว์ป่าที่ตายไป วัวแดง ตัวละ 169,000 บาท ชะมดเช็ด ตัวละ 1,000 บาท ไก่ฟ้าพญาลอ ตัวละ 5,000 บาท รวมค่าเสียหายของของกลางทั้งสิ้น 175,000 บาท ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาไอซ์) พร้อมอุปกรณ์การเสพ ถุงกระสอบที่ใช้ในการบรรจุซากสัตว์ป่า จึงตรวจยึดของกลางและแจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.สนามชัยเขต เพื่อติดตามมาดำเนินคดีตามกฏหมาย 

 

กลับขึ้นด้านบน