คำพิพากษาเต็ม "เปรมชัย" หลุดคดีครอบครองซากเสือดำ

คำพิพากษาเต็ม "เปรมชัย" หลุดคดีครอบครองซากเสือดำ

คำพิพากษาเต็ม "เปรมชัย" หลุดคดีครอบครองซากเสือดำ

รูปข่าว : คำพิพากษาเต็ม "เปรมชัย" หลุดคดีครอบครองซากเสือดำ

เปิดข้อสังเกตคำพิพากษาคดีเสือดำ ทำไมนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารบริษัทอิตาเลียนไทย ถึงถูกสังคมตั้งคำถามว่าเป็นแค่สนับสนุนล่าเสือไม่ใช่ตัวการ และหลุดคดีครอบครองซากเสือดำ

วันนี้ (5 เม.ย.2562) ไทยพีบีเอส ติดตามคดีล่าเสือดำของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คดีล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี

โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา นายเปรมชัย ถูกจำคุกรวม 16 เดือนไม่รอลงอาญา คือข้อหาพกอาวุธ 6 เดือน ข้อหาสนับสนนล่าเสือดำ 8 เดือน ข้อหาครอบครองซากสัตว์คือไก่ฟ้าหลังเทา 2 เดือน มีคำถามมากว่า ทำไมเขาแค่สนับสนุนล่าเสือไม่ใช่ตัวการ และหลุดคดีครอบครองซากเสือ วันนี้มีคำตอบอย่างละเอียดจากคำพิพากษาฉบับเต็ม

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ศาลตัดสินคดีเสือดำ จำคุก "เปรมชัย" 16 เดือน ไม่รอลงอาญา

โดยย่อว่า นายเปรมชัย และพวกเขาป่าทุ่งใหญ่วันที่ 3 ก.พ.2561 จากนั้นวันที่ 4 ก.พ. มีเจ้าหน้าที่ 1 คน ไปพบการตั้งแคมป์ของนายเปรมชัย จึงแจ้งมาที่หัวหน้าวิเชียร เวลา 14.00 เพราะจุดนี้ไม่อนุญาตให้ตั้งแคมป์

นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ฝั่งตะวันตก ส่งเจ้าหน้าที่ 4 คน มาตรวจสอบที่แคมป์เวลา 16.00 ระหว่างนั้นมีเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัดห่างไปไม่ไกล เจ้าหน้าที่จึงไปตรวจสอบพบจำเลยที่ 4 ก็คือ นายธานี ทุมมาศ หรือ พรานแกะ กำลังใช้อาวุธปืนเล็งไปที่กระรอก เจ้าหน้าที่ตะโกนว่า เฮ้ยทำอะไร

 

นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้เจ้าหน้าที่เริ่มตรวจค้นบริเวณที่อยู่ห่างจากแคมป์ไปประมาณ 750 เมตร ที่เรียกว่าห้วยปะชิ แล้วก็เจอซากเสือดำ เจอปลอกกระสุน เจอลำไส้เสือ เจอปลอกกระสุน เจอกองอุจจาระ

จากนั้นกลับมาตรวจที่แคมป์ก็ซากอีกบางส่วนพบหม้อต้มซุบหางเสือดำ พบกระดูกที่แทะแล้ว

ศาลพิเคราะห์ว่า ระหว่างที่พรานแกะ ยิงกระรอก นายเปรมชัย ไม่ได้อยู่ด้วย แสดงว่าพรานแกะ มักจะออกล่าสัตว์ตามลำพัง เพราะฉะนั้นในขณะที่ล่าเสือดำ โจทก์ไม่มีพยานเห็นว่า นายเปรมชัย อยู่กับพรานแกะ ไม่ได้อยู่ในลักษณะพร้อมจะช่วยเหลือ ไม่มีลักษณะแบ่งหน้าที่กัน นายเปรมชัย จึงไม่ใช่ตัวการ

แต่การที่นายเปรมชัย ให้ปืนของเขากับพรานแกะไป นายเปรมชัย เป็นนักสะสมอาวุธรู้อยู่แล้วว่าเป็นอาวุธสำหรับล่าสัตว์ ถือเป็นการสนับสนุนการกระทำผิด นี่คือกรณีล่าเสือ ในฐานะผู้สนับสนันทำให้เขาถูกจำคุก 8 เดือน

ส่วนกรณีครอบครองซากสัตว์ศาลเชื่อว่า ช่วงเวลาที่พรานแกะ ชำแหละซาก นายเปรมชัย ไม่ได้อยู่ที่แคมป์ ตามที่ให้การว่าเขาขับรถไปที่เซซาโว่ ตั้งแต่เช้า และเขาอธิบายสภาพแวดล้อมข้างทางได้ โดยที่พยานโจทย์ ซึ่งหมายถึงเจ้าหน้าที่ ไม่ถามค้าน ให้พบพิรุธ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง เทียบข้อหา "เปรมชัย" รอด (ฆ่า) เสือดำตายฟรี

 

ขณะที่จำเลยคนอื่นก็เอาซากเสือดำไปปรุงอาหารกินกัน ส่วนที่เหลือใส่ถุงดำซ่อนไว้ ก่อนที่นายเปรมชัย จะกลับมา ข้อนี้นายเปรมชัยจึงหลุด ถูกลงโทษเฉพาะการครอบครองซากไก่ฟ้าหลังเทา ที่ซื้อมาจากร้านอาหารของป่าเท่านั้น นี่คือคำพิพากษาบางส่วนจากฉบับเต็ม ในคำพิพากษาของศาล ที่ใช้เป็นกรณีศึกษา ต่อไปนี้คือข้อสังเกต

ข้อแรก หัวหน้าวิเชียร พบกองอุจจาระ อยู่ใกล้กับจุดที่พบปลอกกระสุนปืน และพบซากบางส่วนของเสือดำ กองอุจจาระนี้ ฝ่ายพิสูจน์หลักฐานตรวจดีเอ็นเอ พบว่า เป็นของนายเปรมชัย จำเลยที่ 3 คือ แม่บ้าน ให้การกับศาลว่า กองอุจจาระของนายเปรมชัย ถูกนำออกจากแคมป์ไปทิ้ง

คำถามคือ ทำไมแม่บ้านต้องนำอุจจาระนายเปรมชัย ไปทิ้งไกลถึง 750 เมตร แล้วทำไมถึงบังเอิญไปพบกองอุจจาระในจุดที่พบซากเสือดำ และปลอกกระสุน แต่ในคำพิพากษา ไม่ได้ให้น้ำหนักกับเรื่องนี้

 

 

ข้อสังเกตต่อมา ที่นายเปรมชัย บอกว่า ขับรถไปเซซาโว่คนเดียว สามารถอธิบายสภาพ 2 ข้างทางได้ แล้วเจ้าหน้าที่ไม่ค้านให้พบพิรุธ ที่จริงในสำนวนการสอบสวนระบุไว้แล้ว่า ก่อนถึงด่านเซซาโว่ จะต้องผ่านอีกหลายด่านที่มีเจ้าหน้าที่อยู่ ใครจะผ่านต้องจอดรถ ลงไปเซ็นชื่อ เจ้าหน้าที่ทุกคนพูดตรงกันว่า ไม่เห็นนายเปรมชัยผ่าน เพราะฉะนั้นจะไปถึงเซซาโว่ได้อย่างไร

เมื่อข้อมูลนี้อยู่ในสำนวนแล้ว อัยการจึงไม่ได้ค้านสิ่งที่นายเปรมชัย พูดบรรยาย 2 ข้างทาง แต่ข้อมูลนี้ ไม่ปรากฎอยู่ในคำพิพากษาศาลชั้นต้น

นี่อาจจะเป็นข้อสังเกตส่วนหนึ่งที่อัยการจะใช้อุทธรณ์ ทั้งการที่นายเปรมชัย เป็นตัวการล่า มากกว่าแค่สนับสนุน และการครอบครองซากเสือดำ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ผมขอโทษ" จากปาก "เปรมชัย"หลังคำพิพากษาคดีเสือดำ

ศาลให้ประกันตัว "เปรมชัย" วงเงิน 4 แสน ห้ามออกนอกประเทศ

 

กลับขึ้นด้านบน