มีผลแล้ว พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เอาผิดวินัยแม้ออกราชการแล้ว

มีผลแล้ว พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เอาผิดวินัยแม้ออกราชการแล้ว

มีผลแล้ว พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เอาผิดวินัยแม้ออกราชการแล้ว

รูปข่าว : มีผลแล้ว พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เอาผิดวินัยแม้ออกราชการแล้ว

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2562 ให้ดำเนินการทางวินัยกับผู้ที่ออกจากราชการแล้วได้ เพื่อให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตมีประสิทธิภาพมากขึ้น

วันที่ 5 เม.ย.2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูล มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยตำรวจแห่งชาติ พ.ร.บ.นี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 27 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

เหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญตินี้ เพื่อเป็นการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบของข้าราชการตำรวจ ซึ่งตราพระราชบัญญัตินี้ สอดคล้องกับเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรา 26 ของรัฐธรรมนูฐแห่งราชอาณาจักรไทยแล้ว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทำหน้าที่รัฐสภา

สำหรับการประกาศใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าว เนื่องจากปัจจุบันพบปัญหาความไม่สอดคล้องระหว่างบทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยของข้าราชการฝ่ายพลเรือนประเภทต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรม และไม่เสมอภาคใจการดำเนินการทางวินัยแก่ข้าราชการที่ออกจากราชการไปแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาความแตกต่างระหว่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินการทางวินัยเพื่อพิจารณาลงโทษแก่ข้าราชการที่ถูกองค์กรตรวจสอบการทุจริตชี้มูลความผิดหลังออกจากราชการไปแล้วในบางกรณีไม่อาจดำเนินการตามฐานความผิดที่ชี้มูลได้ ดังนั้นสมควรให้การดำเนินการทางวินัยแก่ผู้ซึ่งออกจากราชการเป็นมาตรฐานเดียวกันและสอดคล้องกับกฎหมายขององค์กรตรวจสอบการทุจริต อันจะเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้การป้องกันและปราบปรามการทุจริตสัมฤทธิ์ผลมากยิ่งขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (6 เม.ย.2562) เป็นต้นไป

กลับขึ้นด้านบน