ประชาชนสับสนใช้แอปฯ ชำระเงินร้านค้าถุงเงินประชารัฐ วันแรก

ประชาชนสับสนใช้แอปฯ ชำระเงินร้านค้าถุงเงินประชารัฐ วันแรก

ประชาชนสับสนใช้แอปฯ ชำระเงินร้านค้าถุงเงินประชารัฐ วันแรก

รูปข่าว : ประชาชนสับสนใช้แอปฯ ชำระเงินร้านค้าถุงเงินประชารัฐ วันแรก

วันแรกของการเปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐใช้แอปพลิเคชันชำระเงินในร้านค้าถุงเงินประชารัฐ จากการสำรวจร้านค้าถุงเงินประชารัฐย่านวิภาวดี พบว่าผู้มีรายได้น้อยยังสบสนว่าต้องลงทะเบียนแอปพลิเคชันแบบไหนและหลายคนยังไม่รู้

วันนี้ (8 เม.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ความพยายามของผู้มีรายได้น้อยที่จะดาวน์โหลดแอปพลิเคชันถุงเงินประชารัฐ เพื่อต้องการชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน ตามที่รัฐบาลเพิ่มช่องทางชำระเงินในร้านค้าเป็นวันแรก แต่ไม่สำเร็จ โดยมีข้อความแสดงว่า หมายเลขโทรศัพท์นี้ยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นร้านค้าถุงเงินประชารัฐ สร้างความสับสนให้ผู้มีรายได้น้อย และไม่มั่นใจว่าเป็นเพราะอะไร

ขณะที่เจ้าของร้านค้าธงฟ้าประชารัฐ ที่ติดตั้งแอปฯ ถุงเงินประชารัฐ บอกว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา แอปฯ ถุงเงินประชารัฐ ได้ปรับระบบให้รับชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดได้ จากเดิมจะให้สแกนผ่านบัตรสวัสดิการเท่านั้น แม้จะยังไม่มีใครรู้และเข้าใจ แต่มองว่าสะดวก ทำให้ผู้มีรายได้น้อยใส่รหัสแค่ 6 หลัก หรือหากลืมบัตรสวัสดิการ ก็ยังสามารถชำระเงินผ่านช่องทางนี้ได้ เพราะวันนี้ เป็นวันแรกที่เปิดให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ชำระเงินผ่านแอปพลิเคชัน เหมือนพร้อมเพย์ โดยไม่ต้องถือบัตรฯ มาที่ร้านค้า จึงสร้างความสับสน

 

 

ธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ จะต้องดาวน์โหลดผ่านแอปฯ เป๋าตัง พร้อมกรอกเบอร์โทรศัพท์ เลือกผูกบัญชีกับบัตรสวัสดิการ จากนั้นสามารถชำระเงินผ่านคิวอาร์โค้ดในร้านค้าถุงเงินประชารัฐ แต่ยอมรับว่าผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ 11 ล้านคน อาจไม่ได้รับประโยชน์ทั้งหมด โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็ยังต้องใช้ช่องทางชำระเงินผ่านเครื่องอีดีซีเช่นเดิม

ขณะที่นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน ระบุว่า ได้เพิ่มจำนวนร้านธงฟ้าประชารัฐ เพื่อให้ครอบคลุมผู้ใช้บริการมากขึ้น ทั้งติดตั้งเครื่องรับบัตรอีดีซีและร้านค้าที่ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแล้วกว่า 50,000 ร้านค้า และยังมีร้านค้าที่สมัครร่วมโครงการมีกว่า 80,000 ร้านค้า

 

 

 

ทั้งนี้ การเพิ่มช่องทางรับชำระเงินให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ แม้ว่าจะสร้างความสะดวกและเข้าถึงเทคโนโลยีได้จริง แต่หากขาดการประชาสัมพันธ์ที่เพียงพอ ก็อาจจะไม่เกิดประโยชน์ตามเป้าหมาย

 

 

กลับขึ้นด้านบน