"บิ๊กโจ๊ก" ทำอะไรไว้ ก่อนถูกย้าย?

"บิ๊กโจ๊ก" ทำอะไรไว้ ก่อนถูกย้าย?

"บิ๊กโจ๊ก" ทำอะไรไว้ ก่อนถูกย้าย?

รูปข่าว : "บิ๊กโจ๊ก" ทำอะไรไว้ ก่อนถูกย้าย?

กระแสโยกย้าย 2 ครั้งซ้อนใน 5 วัน ของ "บิ๊กโจ๊ก" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เป็นที่ตั้งคำถามของคนในสังคมว่า อะไรที่ทำให้เขาถูกย้ายแบบไม่ได้ตั้งตัวเช่นนี้ แต่นั่นไม่สำคัญเท่ากับว่า ตลอดเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ที่เขาเริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง เขาทำอะไรบ้าง

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เดินหน้าจับกุมผู้กระทำความผิดคดีต่างๆ มากมาย ตั้งแต่เมื่อครั้งเป็น ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว จนมีคำถามจากหลายคนว่า เขามีหน้าที่อะไร แต่เมื่อไปดูคำสั่งแต่งตั้งพบว่า เขาได้รับมอบหมายจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานหลายชุดด้วยกัน ซึ่งตำแหน่งที่สร้างบทบาทให้เขาเป็นอย่างมากคือ รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน เขาสร้างผลงานกับงานนี้มากมาย จนเป็นกล่าวถึงของคนยากคนจนที่ได้รับความเดือดร้อน และได้รับความช่วยเหลือ

6 ก.ค.2561 

เส้นทางการปราบนายทุนปล่อยกู้นอกระบบของ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เริ่มต้นจากการร่วมทีมจัดตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์การกู้ยืมเงิน โดยสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พร้อมนำกำลังจับกุมผู้ต้องหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ให้บุคคลอื่นยืมเงินโดยคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดและปลอมเอกสารสิทธิ

หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม สั่งการให้แก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเป็นวาระแห่งชาติ และจัดตั้งชุดเฉพาะกิจศูนย์ปฏิบัติการป้องกันปราบปรามการฉ้อโกงทรัพย์สินของประชาชน พร้อมเปิดตัวด้วยการเป็นประธานมอบโฉนดที่ดินให้กับประชาชน จ.ขอนแก่น จำนวน 135 คน โฉนด 140 ฉบับ ยอดรวมเนื้อที่ 285 ไร่ 1 งาน 64 ตารางวา รวมประมาณ 120,067,995 บาท และชู "ขอนแก่นโมเดล" ให้ทุกพื้นที่ทั่วไทยเร่งปราบนายทุนเงินกู้ดอกเบี้ยโหด 

16 ส.ค.2561

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เดินหน้าแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชน ทั้งจากการถูกเอารัดเอาเปรียบด้วยอัตราดอกเบี้ยที่สูง ถูกฉ้อกลและฟ้องร้องโดยนายทุนที่ยึดโฉนดที่ดินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ในเดือน ส.ค.ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สามารถมอบโฉนดที่ดินให้แก่ประชาชน รวมทั้งสิ้น 780 ฉบับ ทั้งจังหวัดอุดรธานี 346 ฉบับ กาฬสินธุ์ 5 ฉบับ ขอนแก่น 43 ฉบับ นครพนม 151 ฉบับ บึงกาฬ 11 ฉบับ มหาสารคาม 5 ฉบับ มุกดาหาร 3 ฉบับ ร้อยเอ็ด 40 ฉบับ เลย 7 ฉบับ สกลนคร 15 ฉบับ หนองคาย 65 ฉบับ และหนองบัวลำภู 89 ฉบับ มีเนื้อที่รวมทั้งหมด 3,700 ไร่ 23 งาน 521 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 1,825,572,144 บาท

21 ส.ค.2561 

การเดินหน้าแก้ปัญหา "หนี้นอกระบบ" อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปราบนายทุนดอกเบี้ยโหดในภาคอีสาน นับว่าเป็นผลงานชิ้น "โบว์แดง" ของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร  ส่งผลให้รองนายกรัฐมนตรีลงนามแต่งตั้ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เป็นผู้ช่วยโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรี ตามมติคณะรัฐมนตรี โดยมีหน้าที่ช่วยปฏิบัติงานโฆษกประจำรองนายกรัฐมนตรีตามที่รองนายกรัฐมนตรีมอบหมาย โดยเน้นช่วยภาระงานด้านกฎหมาย และมาตรการในการบังคับใช้กฎหมาย เช่น เรื่องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ที่มีความเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายหน่วยงาน

 

27 ก.ย.2561

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) พิจารณาแต่งตั้ง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว (รองผบช.ทท.) ขึ้นเป็นผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) 

28 ก.ย.2561

ผ่านไปเพียง 3 เดือน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ สามารถทวงคืนโฉนดที่ดินจากนายทุนดอกเบี้ยโหดทั่วประเทศให้ประชาชน 5,530 ฉบับ เนื้อที่ 18,770 ไร่ มูลค่ารวมกว่า 7,300 ล้านบาท

นอกจากนี้ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (รอง ผอ.ศปอส.ตร.) พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังแก้ไขปัญหาความผิดเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งโรแมนซ์สแกม การฉ้อโกงผ่านช่องทางออนไลน์ ความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ รวมถึงการปราบปรามสื่อลามกอนาจาร ที่ได้ปิดกั้นเว็บไซต์ไป 1,151 เว็บ พร้อมปราบปรามการลักลอบเล่นการพนันและความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายเป็นเงินกว่า 20,000 ล้านบาท


ทำให้ พล.อ.ประวิตร ออกปากชมว่า เป็นการล้มระบบการก่อเหตุอาชญากรรม ทำให้การฉ้อโกงเกือบสูญสิ้นไป แม้ว่าเป็นการขับเคลื่อนในช่วงเวลาสั้นๆ แต่เห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม โดยยอมรับว่าประสบความสำเร็จกว่าร้อยละ 90 จากการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการติดตามการก่อเหตุอาชญากรรมซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงและระบบเศรษฐกิจของประเทศชาติ

25 ต.ค.2561

นอกจากนายทุนดอกเบี้ยโหดในไทยแล้ว พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังทลายขบวนการปล่อยเงินกู้และทวงหนี้นอกระบบข้ามชาติในพื้นที่จังหวัดชลบุรี หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี ตรวจพบ กลุ่มคนจีน ใช้วีซ่านักท่องเที่ยว เข้ามาในประเทศไทย ก่อนเช่าบ้าน 2 หลัง เพื่อใช้เป็นฐานกระทำผิดปล่อยเงินกู้ให้กับชาวจีนแผ่นดินใหญ่ เก็บดอกเบี้ยร้อยละ 40 ต่อสัปดาห์ หรือร้อยละ 60 ต่อเดือน มีผู้เสียหายแล้วกว่า 1,000 คน ในประเทศจีน มูลค่าหนี้คิดเป็นเงินไทยประมาณ 12 ล้านบาท

22 พ.ย.2561

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี
เรื่อง พระราชทานยศตํารวจชั้นนายพล มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศตํารวจชั้นนายพล ให้แก่ ข้าราชการตํารวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ราชการมาด้วยความเรียบร้อยเป็นผลดีแก่ทางราชการจํานวน 101 นาย โดยหนึ่งในนั้น คือ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ที่ได้เลื่อนยศเป็น พลตํารวจโท

26 พ.ย.2561

หลังจากเลื่อนยศเป็น พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ก็เดินหน้าปราบนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบต่อทันทีที่ จ.สงขลา และตรวจค้นกลุ่มนายทุน 30 กลุ่ม ในพื้นที่ 6 จังหวัด ใกล้เคียงประกอบไปด้วย ตรัง พัทลุง สตูล ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส จนยึดโฉนดที่ดินได้ 1,200 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท

9 ม.ค.2562

ต่อด้วยการปราบนายทุนปล่อยเงินกู้นอกระบบในพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และขอนแก่น โดย พล.ต.ท.สุเชษฐ์ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 7 คน ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันให้ผู้อื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหา มูลค่า 130 ล้านบาท และตรวจยึดโฉนดที่ดิน 774 ฉบับ เนื้อที่รวม 1,506 ไร่ 2 งาน 87 ตารางวา รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดและอายัดในครั้งนี้ทั้งสิ้น 1,634.5 ล้านบาท

23 ก.พ.2562

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ นำทีมเดินหน้าปิดล้อมตรวจค้นยึดและอายัดทรัพย์สินของกลุ่มนายทุนปล่อยกู้นอกระบบ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ชลบุรี เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน พะเยา แพร่ น่าน แม่ฮ่องสอน และอุดรธานี รวม 55 เครือข่าย 82 จุด โดยอายัดทรัพย์สินผู้ต้องหา รวมมูลค่า 754.9 ล้านบาท และตรวจยึดโฉนดที่ดิน จำนวน 197 ฉบับ เนื้อที่ 220 ไร่ มูลค่า 218 ล้านบาท รวมมูลค่าทั้งสิ้น 972.9 ล้านบาท

 

30 มี.ค.2562

ตั้งแต่เดือน ก.ค.2561 จนถึงเดือน มี.ค.2562 พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ได้ดำเนินการทวงคืนที่ดินจากนายทุนปล่อยกู้นอกระบบทั่วประเทศกว่า 1,662 ราย รวมโฉนด 1,568 ฉบับ เนื้อที่ 2,888 ไร่ 2 งาน 6 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 1,701,045,163 บาท

ขณะที่ พล.อ.ประวิตร ได้มอบโฉนดที่ดินคืนแก่ประชาชนทั่วประเทศแล้ว 22,082 คน เป็นโฉนด 18,558 ฉบับ เนื้อที่ 52,000 ไร่ 3 งาน 68.3 ตารางวา คิดเป็นมูลค่า 24,568,046,936 บาท

6 เม.ย.2562

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีคำสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ไปปฏิบัติราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยขาดจากการปฏิบัติหน้าที่ทางตำแหน่งเดิม เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบหมาย โดยตลอดทั้งวันที่ 2-7 เม.ย. ไม่มีใครสามารถติดต่อ พล.ต.ท.สุเชษฐ์ได้ นอกจากนี้โซเชียลมีเดียที่เคยใช้สื่อสารถูกปิดลงอย่างมีเงื่อนงำ

(อ่านข่าวเพิ่มเติม : ผบ.ตร.สั่งย้าย "พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" ปฏิบัติราชการ ศปก.ตร.)

9 เม.ย.2562

ที่ประชุม ครม.มีมติโอน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ปฏิบัติราชการศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) เป็นข้าราชการพลเรือน สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี

ในวันเดียวกันนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศคำสั่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ 2/2562 เรื่อง ประกาศรายชื่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพิ่มเติม และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง โดยให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิม ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อโอนไปเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ประเภทบริหารระดับสูง และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังมีคำสั่งให้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ พ้นจากทุกตำแหน่งในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขณะที่บรรยากาศภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีการเผยแพร่ภาพ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ขณะพูดคุยโทรศัพท์ในระหว่างประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปลด "บิ๊กโจ๊ก" พ้นทุกตำแหน่งใน ตร.

ใช้ ม.44 ย้าย "พล.ต.ท.สุรเชษฐ์" ประจำสำนักนายกฯ

 

 

กลับขึ้นด้านบน