เลือกตั้ง 2562 : กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาตี้ลิสต์

เลือกตั้ง 2562 : กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาตี้ลิสต์

เลือกตั้ง 2562 : กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาตี้ลิสต์

รูปข่าว : เลือกตั้ง 2562 : กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาตี้ลิสต์

กกต.ชงศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาสูตรคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ตาม พ.ร.ป.เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 128 ซึ่งเป็นสูตรเดียวที่คำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ได้ครบ 150 คน หวั่นขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 91

วันนี้ (11 เม.ย.2562) คณะกรรมการการเลือกตั้ง มีมติส่งเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณเพื่อจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ ให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

หลังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้พิจารณาเรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะพึงมีได้ ตามมาตรา 51 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งในวันนี้แล้ว มีความเห็น ดังนี้

1.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 วรรคสาม กำหนด หลักเกณฑ์วิธีการคำนวณและการคิดอัตราส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ซึ่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 124 ได้กำหนดหลักเกณฑ์
และวิธีการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อไว้

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอผลการคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎแบบบัญชีรายชื่อต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์
และวิธีการคำนวณตามแนวทางของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญที่ได้จัดทำวิธีการคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อในชั้นพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราซ 2560 แล้ว


ปรากฏว่า การคำนวณดังกล่าวมีพรรคการเมืองหลายพรรคมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในเบื้องตันต่ำกว่าหนึ่งคน แต่เมื่อคำนวณต่อไปตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 128 (5) แล้ว พรรคการเมืองข้างต้นสามารถได้รับการจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์แบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน

2.คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามข้อ 1 แล้วเห็นว่า

2.1 แม้การคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการมานั้น สามารถจัดสรรจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน

สอดคล้องกับความเห็นของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่การคำนวณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา 128 (5) ดังกล่าว มีผลขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 81 (2) และ (4) เนื่องจากมีผลให้พรรคการเมืองที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะพึ่งมีได้ตาม (2) ต่ำกว่าหนึ่งคน สามารถได้รับการจัดสรรให้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้หนึ่งคนจึงอาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรค มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกินกว่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ ซึ่งเป็นข้อต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 81 (4)

แต่หากคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 81 แล้ว จะทำให้ไม่สามารถจัดสรรสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้ครบ 150 คน

อีกทั้งหากไม่นำจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ในเบื้องตันของพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าหนึ่งคน ไปคิดคำนวณต่อตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าตัวยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2560 มาตรา 124 (2) ก็ไม่สามารถคิดคำนวณจัดสรรได้ครบ 150 คนเช่นกัน
จึงไม่มีวิธีการใดที่จะนำมาคิดคำนวณให้มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อได้จำนวน 150 คน ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 83 ได้

2.2 การคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามข้อ 1 ซึ่งเป็นการดำเนินการคิดคำนวณตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ผลของการคำนวณจะไม่สามารถนำไปประกาศผลการเลือกตั้งได้ เพราะอาจขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 81 (4)


3.อาศัยเหตุผลทั้งหมดที่ได้กล่าวมาข้างตัน จึงได้เสนอเรื่องตามข้อ 1 และข้อ 2 ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ตามมาตรา 210 (1) และ (2) ของรัฐธรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าตัวยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 7 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ว่า กรณีคณะกรรมการการเลือกตั้งจะคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามวิธีดังกล่าวข้างตันแล้ว ไม่มีวิธีใดที่จะทำให้ได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจำนวน 150 คนได้

มีเพียงการคำนวณตามมาตรา 91 วรรคสาม ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ประกอบมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 ที่สามารถจะคำนวณให้ได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครบจำนวน 150 คนได้

ดังนั้น คณะกรรมการการเลือกตั้งจะคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 128 โดยการคิดคำนวณดังกล่าวอาจทำให้พรรคการเมืองบางพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่จะพึงมีได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน ได้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อหนึ่งคน คณะกรรมการการเลือกตั้งจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่และการดำเนินการดังกล่าวชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 91 หรือไม่

 

กลับขึ้นด้านบน