เคลียร์ชัด! "ปิยบุตร" แจงปม "ธนาธร" ถือหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย

เคลียร์ชัด! "ปิยบุตร" แจงปม "ธนาธร" ถือหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย

เคลียร์ชัด! "ปิยบุตร" แจงปม "ธนาธร" ถือหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย

รูปข่าว : เคลียร์ชัด! "ปิยบุตร" แจงปม "ธนาธร" ถือหุ้นสื่อ วี-ลัค มีเดีย

ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงยืนยัน มีหลักฐานชัดเจนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และภรรยา โอนหุ้นสื่อ บริษัท วี-ลีค มีเดีย อย่างถูกกฎหมาย ส่งทีมกฎหมายยื่นเอกสารและขอชี้แจงต่อ กกต. มั่นใจไม่ได้ใบส้มแน่นอน

วันนี้ (22 เม.ย.2562) นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ แถลงข้อเท็จจริง พร้อมเปิดหลักฐานสำคัญกรณี “นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” หัวหน้าพรรค ถือหุ้น บริษัท วี-ลัค มีเดีย จำกัด โดยระบุว่า ก่อนหน้านี้คาดว่า กกต.จะเชิญนายธนาธรไปชี้แจงกรณีดังกล่าว แต่ กกต.ไม่เคยส่งหนังสือเปิดโอกาสให้ได้เข้าชี้แจง แต่กลับมีข่าวออกมาว่า กกต.กำลังพิจารณาเรื่องนี้แล้ว และจะออกผลการพิจารณาให้ทันภายในวันที่ 9 พ.ค.นี้

อนาคตใหม่ไม่เคยรู้ว่า กกต.พิจารณาเรื่องนี้อยู่ จึงกังวลว่า กกต.กำลังดำเนินการขัดต่อหลักการฟังความทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากวันนี้ยังไม่มีโอกาสได้ชี้แจงใดๆ ความยุติธรรมต่อหัวหน้าพรรคและพรรคก็คงจะไม่เกิดขึ้น หาก กกต.ฟังเพียงข่าวจากสื่อเพียงสำนักเดียว

ขณะที่ ในวันนี้นายธนาธรได้มอบอำนาจให้ทีมกฎหมายของพรรคอนาคตใหม่เข้ายื่นเอกสารที่สำนักงาน กกต. และขอโอกาสเข้าไปชี้แจง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบว่า กกต.จะยอมให้เข้าไปชี้แจงหรือไม่ แต่เพื่อความเป็นธรรมต่อหัวหน้าพรรคและพรรคอนาคตใหม่ จึงได้จัดแถลงข่าวในครั้งนี้ขึ้น

 


นายปิยบุตร ระบุว่า สำหรับกฎหมายเกี่ยวกับการถือหุ้นสื่อนั้น ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 ห้ามผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองถือหุ้นสื่อ แต่ในปี 2560 ห้ามถือหุ้นสื่อตั้งแต่ผู้สมัครรับเลือกตั้งไปจนถึงผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง  ซึ่งการที่กฎหมายเขียนมาแบบนี้มีเจตนารมณ์ ที่จะไม่ให้นักการเมืองครอบงำสื่อ ซึ่งธนาธรก็ได้ปฏิบัติตามที่รัฐธรรมนูญเขียนไว้

การห้ามถือหุ้นสื่อเป็นเพียงมาตรการป้องกันไม่ให้นักการเมืองใช้อิทธิพลของตนเองครอบงำสื่อมวลชน ไม่ใช่เรื่องการทุจริตคอร์รัปชันแต่อย่างใด

ขณะที่การโอนหุ้นสื่อมวลชนของบริษัท วี-ลัค มีเดีย ซึ่งเป็นบริษัทที่เตรียมจะปิดกิจการตั้งแต่ปีก่อนแต่มีหนี้ค้างชำระอยู่ 10 ล้านบาท อยู่จึงยังไม่ได้ปิด แต่ธนาธรทราบดีว่าต้องจัดการตนเองให้เรียบร้อยก่อนสมัคร

ในวันที่ 8 ม.ค. นายธนาธรและภรรยา โอนหุ้นให้แก่ นายสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ โดยมีตราสารโอนหุ้น ใบหุ้น และเช็กชำระค่าหุ้น เป็นหลักฐานการโอนหุ้น ซึ่งตัวแทนของนายธนาธรได้นำไปแสดงต่อ กกต.ในวันนี้ด้วย


เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ระบุว่า ในทางกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ มาตรา 1129 วรรค 2 การโอนหุ้นมีผลสมบูรณ์เมื่อทำเป็นหนังสือและมีการลงนามโดยผู้โอนหุ้นกับผู้รับโอนหุ้น พร้อมกับมีพยาน และหมายเลขหุ้น ถือว่าการโอนหุ้นมีผลสมบูรณ์ทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ขณะที่มาตรา 1129 วรรค 3 ระบุว่า การโอนหุ้นจะมีผลต่อบริษัท และบุคคลภายนอก ต่อเมื่อ มีการจดแจ้งลงไปในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น ซึ่งนายธนาธรกระทำอย่างถูกต้องทั้งหมด จึงนับได้ว่านายธนาธรไม่ได้ถือหุ้นบริษัทวี-ลัค มีเดียอีกต่อไป

เรามั่นใจในหลักฐาน มั่นใจในความถูกต้องที่เราทำตามกฎหมาย หาก กกต.ได้เห็น เรามั่นใจว่าเราจะไม่โดนใบส้มแน่นอน

 

อยู่บุรีรัมย์ทำไมโอนหุ้นได้ ?

หลังจากนั้น มีสำนักข่าวแห่งหนึ่งตั้งคำถามว่า วันที่ 8 ม.ค.นายธนาธร อยู่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เพื่อหาเสียงร่วมกับ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่ จ.บุรีรัมย์ เหตุใดจึงทำการโอนหุ้นได้ แต่ข้อเท็จจริง คือ นายธนาธรกลับมาที่กรุงเทพก่อนในช่วงบ่าย ถึงกรุงเทพประมาณ 16.00 น. ซึ่งมีเอกสารค่าทางด่วนเป็นหลักฐาน และในวันที่ 9 ม.ค.นายธนาธร ต้องเดินทางไปหาเสียงต่อที่ จ.นครศรีธรรมราช 

14 ม.ค.

นายสมพร โอนหุ้นให้หลานชาย คือ นายทวี และนายกิตติ ชื่อเล่น คือ นายเอ และนายบี และมีหลักฐานชัดเจนทั้ง ตราสารโอนหุ้น ใบหุ้น ซึ่งทำให้บริษัท วี-ลัค มีเดียมีผู้ถือหุ้นทั้งหมด 10 คน

18 มี.ค.

ภรรยาของนายธนาธร ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท วี-ลัค มีเดีย

19 มี.ค.

บริษัท วี-ลัค มีเดีย ประชุมผู้หุ้น ซึ่งมีผู้เข้าประชุม 4 คน และอีก 6 คนที่เหลือ มอบฉันทะให้ 4 คน โดยวาระ คือ แจ้งการลาออก แจ้งเปลี่ยนผู้ถือหุ้น และมีมติให้เลิกบริษัท เนื่องจากเป็นหนี้เสีย ทวงอย่างไรก็ไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจปิดบริษัท

19 มี.ค.

นายเอและบี โอนหุ้นคืน นายสมพร เพื่อให้บริหารก่อนปิดบริษัท ซึ่งมีหลักฐานเป็นใบหุ้น ตราสารหุ้นชัดเจน

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน