ภัยแล้ง 2562 : กรมทรัพยากรน้ำขอชาวนางดทำนาปรัง 5 จังหวัด

ภัยแล้ง 2562 : กรมทรัพยากรน้ำขอชาวนางดทำนาปรัง 5 จังหวัด

ภัยแล้ง 2562 : กรมทรัพยากรน้ำขอชาวนางดทำนาปรัง 5 จังหวัด

รูปข่าว : ภัยแล้ง 2562 : กรมทรัพยากรน้ำขอชาวนางดทำนาปรัง 5 จังหวัด

กรมทรัพยากรน้ำ ขอความร่วมมือ เกษตรกรงดทำนาปรังในพื้นที่ภัยแล้ง 5 จังหวัด หลังประเมินน้ำในแหล่งกักเก็บ รองรับได้แค่อุปโภค-บริโภค ไม่พอใช้ภาคเกษตร ด้านกรมน้ำบาดาล มีแผนเจาะบ่อบาดาล 1,894 แห่ง ช่วยประชาชนกว่า 1.2 แสนครัวเรือน

วันนี้ (25 เม.ย.62) สถานการณ์ภัยแล้งขณะนี้ หลังจากทางกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศว่า ประเทศไทย เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างซึ่งจะมีระยะเวลายาวนานต่อเนื่องถึงประมาณปลายเดือน พ.ค. ประกอบกับปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยที่ผ่านมา มีค่าน้อยกว่าค่าปกติประมาณร้อยละ 10 ส่งผลให้ปริมาณน้ำขณะนี้ ใน 4 เขื่อนใหญ่ ได้แก่ เขื่อนอุบลรัตน์,สิรินธร,เขื่อนทับเสลา และเขื่อนกระเสียวได้รับผลกระทบ มีระดับกักเก็บน้ำต่ำกว่าร้อยละ 30

นอกจากนี้ ยังพบว่า มีพื้นที่เกษตรนอกเขตชลประทาน 119 ล้านไร่ ได้รับผลกระทบจากการขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ รวมถึง ปัจจุบันกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยประกาศเขตพิบัติ ภัยแล้ง แล้วจำนวน 5 จังหวัด 13 อำเภอ 39 ตำบล 287 หมู่บ้าน ในพื้นที่ จ.ร้อยเอ็ด จ.ศรีสะเกษ จ.นครราชสีมา จ.ตราด และ จ.ชลบุรี

นายสุวัฒน์ เปี่ยมปัจจัย อธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ขอความร่วมมือเกษตรกรงดการทำนาปรัง เนื่องจากน้ำในแหล่งกักเก็บขณะนี้มีเพียงพอกับการใช้สำหรับการอุปโภคบริโภคเท่านั้น โดยเฉพาะพื้นที่ 4 เขื่อน ต่อเนื่องไปจนถึงปลายเดือน พ.ค. - มิ.ย.นี้ สำหรับในปี 2562 กรมทรัพยากรน้ำได้รับงบประมาณจัดทำโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำ จำนวน 273 โครงการ ลงนามในสัญญาแล้ว 269 โครงการ ปัจจุบันดำเนินการแล้วเสร็จ 30 โครงการ และได้มีการติดตามเร่งรัดโครงการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำได้ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสถานการณ์ภัยแล้ง ตั้งแต่ ต.ค.61 ถึงปัจจุบัน โดยการสูบน้ำเพิ่มแหล่งน้ำต้นทุนจำนวน 27.414 ล้านลูกบาศก์เมตร แจกจ่ายน้ำ 4,253,000 ลิตร แจกจ่ายน้ำดื่มสะอาด 417,550 ลิตร น้ำดื่มบรรจุขวด 19,696 ขวด ประชาชนที่ได้รับประโยชน์ด้านการอุปโภคบริโภค 333,604 ครัวเรือน พื้นที่เกษตรกรรม 84,950 ไร่ ซึ่งมีเครื่องมือพร้อมช่วยผู้ประสบภัยประกอบด้วย รถบรรทุกจำนวน 63 คัน เครื่องสูบน้ำจำนวน 311 เครื่อง และเจ้าหน้าที่ชุดเผชิญเหตุวิกฤตน้ำในพื้นที่สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค 1-11 จำนวนกว่า 171 คน พร้อมทั้งได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานอื่น อาทิ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำแล้ง ขาดน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร

ตั้งแต่ปี 2557 มาจนถึงปัจจุบัน กรมทรัพยากรน้ำดำเนินโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และพัฒนาแหล่งน้ำไปแล้ว 17,827 แห่ง ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 684,705 ครัวเรือน ในพื้นที่เกษตร 1,907,808 ไร่ โครงการระบบกระจายน้ำ จำนวน 751 แห่ง ทำให้ประชาชน 57,547 ครัวเรือน ในพื้นที่ 188,064 ไร่ได้รับประโยชน์

สถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น นายกุศล โชติรัตน์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2562 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับการจัดสรรงบประมาณจากรัฐบาลในการช่วยเหลือและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรให้แก่ประชาชนผ่านโครงการต่าง ๆ เป้าหมายรวมกว่า 1,894 แห่ง ซึ่งหากดำเนินการแล้วเสร็จทั้งหมดจะสามารถให้บริการประชาชนได้กว่า 129,097 ครัวเรือน มีพื้นที่ได้รับประโยชน์ ไม่น้อยกว่า 41,760 ไร่ และปริมาณน้ำที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้กว่า 44 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี ซึ่งขณะนี้ดำเนินการแล้วเสร็จกว่า 1,599 แห่ง คิดเป็นร้อยละ 84.42

นอกจากนี้ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลมีความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือประชาชน โดยการตรวจสอบสภาพบ่อน้ำบาดาล เครื่องสูบน้ำ ระบบประปาบาดาล และระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำ ให้พร้อมใช้งานเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยแล้ง โดยดำเนินการทั้งจัดเตรียมจุดจ่ายน้ำถาวร 132 จุด เพื่อให้บริการน้ำสะอาดแก่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำทั่วประเทศ พร้อมเร่งรัดการเจาะบ่อน้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยงที่จะขาดแคลนน้ำ ให้แล้วเสร็จภายในเดือน เม.ย. 2562 เป้าหมายรวม 737 แห่ง รวมถึงการจัด"หน่วยนาคราช" 37 ชุดลงพื้นที่ปฏิบัติงาน เพื่อติดตามตรวจสอบและให้คำแนะนำแก่ประชาชนในการซ่อมบำรุงและดูแลรักษาบ่อน้ำบาดาลและระบบประปาบาดาลให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน และ การนำรถปรับปรุงคุณภาพน้ำบาดาลผลิตน้ำดื่มสะอาดเข้าไปให้บริการแก่ประชาชนในพื้นที่ขาดแคลนน้ำบริโภค และได้ดำเนินการช่วยเหลือเพื่อบรรเทาสถานการณ์ภัยแล้งในปีนี้ตั้งแต่เดือน ม.ค.ถึงปัจจุบัน โดยแจกจ่ายน้ำรวม 1.36 ล้านลิตร เป่าล้างบ่อน้ำบาดาล 12 แห่ง ซ่อมแซมและติดตั้งเครื่องสูบ 26 แห่ง ซ่อมแซมระบบประปาบาดาล 34 แห่ง รวมถึงสำรวจสภาพและบำรุงรักษาจุดจ่ายน้ำถาวร 9 แห่ง

 

กลับขึ้นด้านบน