"สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น" ทรงประกาศสละราชสมบัติแล้ว

"สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น" ทรงประกาศสละราชสมบัติแล้ว

"สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น" ทรงประกาศสละราชสมบัติแล้ว

รูปข่าว : "สมเด็จพระจักรพรรดิญี่ปุ่น" ทรงประกาศสละราชสมบัติแล้ว

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ทรงประกาศสละราชสมบัติอย่างเป็นทางการวันนี้ (30 เม.ย.) หลังครองราชย์มา 30 ปีเต็ม และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 200 ปีของญี่ปุ่น วันพรุ่งนี้ (1 พ.ค.) มกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่

วันนี้ (30 เม.ย.2562) การสละพระราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ ถือเป็นการสละพระราชสมบัติครั้งแรกในรอบ 200 ปีของญี่ปุ่น โดยพระองค์แสดงพระราชประสงค์เมื่อปี 2559 เนื่องจากทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจหลังครองราชย์มานานกว่า 30 ปี 

ข้าพเจ้าอายุ 80 ปีแล้ว และโชคดีที่ยังมีสุขภาพแข็งแรง เมื่อข้าพเจ้าพิจารณาถึงสุขภาพที่ค่อยๆเสื่อมถอย ข้าพเจ้ากังวลว่าสิ่งนี้จะทำให้ข้าพเจ้าปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศอย่างเต็มที่ทั้งกายและใจ ดังเช่นที่เคยทำมาโดยตลอดจนถึงปัจจุบันได้อย่างลำบาก

พระราชดำรัสของสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะแห่งญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 8 ส.ค.2559 นับเป็นเครืองยืนยัน ถึงกระแสข่าวก่อนหน้าที่เกี่ยวกับพระประสงค์จะสละราชสมบัติ หลังจากทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาอย่างต่อเนื่องยาวยานนับตั้งแต่ทรงเสด็จขึ้นครองราชย์เมื่อวันที่ 12 พ.ย.2533

 

พิธีสละราชสมบัติเรียบง่าย-สิ้นสุดรัชสมัยเฮเซ

ยุคเฮเซ เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าชายอากิฮิโตะ ซึ่งดำรงพระอิสรยศพนะราชมกุฎราชกุมาร ขึ้นเป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ มาตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค.2532

พระราชพิธีสละราชสมบัติอย่างเรียบง่ายใช้เวลาเพียง 10 นาที เริ่มตั้งแต่เวลา 17.00 น.ตามเวลาญี่ปุ่น (15.00 น.ตามเวลาไทย) ที่พระที่นั่งต้นสน ณ สำนักพระราชวังอิมพีเรียล กรุงโตเกียว โดยสมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะ พระชนมพรรษา 85 พรรษา จะยังทรงดำรงตำแหน่งไปจนถึงเที่ยงคืนวันนี้ปิดฉากรัชสมัยเฮเซ

 

ช่วงเวลาประวัติศาสตร์ของการสละราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่นในรอบ 200 ปี ครั้งนี้ จัดขึ้นภายในพระราชวังอิมพีเรียลในกรุงโตเกียว ท่ามกลางแขกผู้ทรงเกียรติประมาณ 300 คน ซึ่งในจำนวนนี้ มีนายกรัฐมนตรี ประธานสภา และผู้พิพากษาศาลสูงสุด เข้าร่วมพิธีด้วย

ส่วนหนึ่งในพิธีสำคัญในครั้งนี้ คือ การส่งคืนเครื่องราชกกุธภัณฑ์ หรือ เครื่องประกอบพระบรมราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นของศักดิ์สิทธิ์ 3 สิ่ง ได้แก่ พระขรรค์ที่แสดงถึงความกล้าหาญ คันฉ่องที่แสดงถึงปัญญา และอัญมณีที่แสดงถึงความเมตตากรุณา


นอกจากนี้ ยังมีการส่งมอบคืนพระราชลัญจกร ประจำพระองค์ และประจำตำแหน่ง โดยของทั้งหมดจะถูกส่งมอบต่อให้กับสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่ ในวันพรุ่งนี้

 

 

1 พ.ค.นี้เริ่มรัชสมัยเรวะ 

จากนั้นวันที่ 1 พ.ค.นี้ มกุฎราชกุมารนารูฮิโตะ จะเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นสมเด็จพระจักรพรรดิพระองค์ใหม่รัชสมัยเรวะ

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะทรงมีกระแสพระราชดำรัสเป็นครั้งสุดท้ายว่า ทรงใช้เวลาตลอดรัชสมัย 30 ปีปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้วยความให้เกียรติ รักประชาชนเป็นอย่างยิ่ง ข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ในฐานะพระจักรพรรดิ ด้วยความรู้สึกไว้วางใจ เคารพต่อผู้คนอย่างลึกซึ้ง และข้าพเจ้าถือว่าตนเองโชคดีที่สุดที่ได้ทำเช่นนั้น

พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในฐานะสมเด็จพระจักรพรรดิด้วยความเชื่อใจ และเคารพต่อประชาชน โดยทรงขอบคุณชาวญี่ปุ่นด้วยใจที่ให้การยอมรับ และสนับสนุนพระองค์ในฐานะสัญลักษณ์ของประเทศ

นอกจากนี้ ยังทรงมีพระราชดำรัสด้วยว่า พระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระจักรพรรดินีมิชิโกะ หวังให้ยุคเรวะ ซึ่งจะเริ่มขึ้นในวันพรุ่งนี้ (1 พ.ค.) เป็นยุคสมัยแห่งความสงบและรุ่งเรือง โดยพระองค์ขอให้ประชาชนในญี่ปุ่นและทั่วโลกประสบแต่สันติภาพและความสุข

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"ญี่ปุ่น" ยกระดับความปลอดภัยก่อนพระราชพิธีสละราชสมบัติ

ญี่ปุ่นหยุดยาวเฉลิมฉลองรับจักรพรรดิองค์ใหม่

ญี่ปุ่นประกาศชื่อปีรัชสมัย "เรวะ" เริ่มยุคใหม่ 1 พ.ค.นี้

สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตะพระราชทานพรปีใหม่ ก่อนสละราชสมบัติ

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน