"พนักงานเคอร์รี่" ละเมิดสิทธิ์ลูกค้าผิด กม.อาญา-คอมพิวเตอร์

"พนักงานเคอร์รี่" ละเมิดสิทธิ์ลูกค้าผิด กม.อาญา-คอมพิวเตอร์

"พนักงานเคอร์รี่" ละเมิดสิทธิ์ลูกค้าผิด กม.อาญา-คอมพิวเตอร์

รูปข่าว : "พนักงานเคอร์รี่" ละเมิดสิทธิ์ลูกค้าผิด กม.อาญา-คอมพิวเตอร์

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษก บก.ปอท. ชี้ผู้เสียหายสามารถเอาผิดพนักงานเคอร์รี่ผู้ก่อเหตุแกะกล่องพัสดุและโพสต์ล้อเลียนพัสดุได้ทั้งกฎหมายอาญา และกฎหมายการกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ แนะอย่าทำการใดด้วยความคึกคะนอง

กรณีพนักงานจำนวนหนึ่งของบริษัทด้านการขนส่งสินค้าชื่อดังแกะกล่องพัสดุของลูกค้าและนำมาโพสลงบนสื่อสังคมออนไลน์ ในลักษณะล้อเลียน หลังจากบริษัทเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ต้นสังกัดของพนักงาน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษ พร้อมเลิกจ้างพนักงานที่ก่อเหตุทันที และจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับบุคคลที่ถูกเลิกจ้างในถึงที่สุด

ล่าสุด วันนี้ (1 พ.ค.2562) มีรายงานว่า ผู้เสียหาย อยู่ในภาวะเครียด เนื่องจากตกงาน และถูกแฟนบอกเลิก โดยญาติผู้เสียหายเป็นห่วง เกรงว่าอาจเกิดภาวะเครียดจนฆ่าตัวตาย เพราะเป็นคนอ่อนไหว และเคยก่อเหตุลักษณะนี้มาหลายครั้ง


สำหรับคดีนี้ หากพิจารณาข้อกฎหมายอาจเข้าข่ายความผิด "หมิ่นประมาท" ตามมาตรา 326 และมาตรา 328 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งผู้เสียหายอาจเห็นว่า กลุ่มพนักงานเคอรี่ นำเรื่องโพสต์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์และมีการนำข้อมูลไปแชร์ต่อโดยไม่มีการปกปิดข้อความหรือภาพ ก็อาจเข้าข่ายถูกฟ้องหมื่นประมาทได้

นอกจากนี้ ยังพบว่า การเปิดเผยความลับทางจดหมาย พัสดุ ไปรษณีย์ อาจมีความผิดทางอาญาเช่นกัน ในมาตรา 322 หากพบว่าการเปิดเผนทำให้ เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับ ไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 323 หรือการเป็นเจ้าพนักงานนำความลับผู้อื่นมาเปิดเผย จนเกิดความเสียหาย แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกิน หนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 324 แม้กระทั่งการนำความลับนั้นมาใช้ประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกไม่ เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงการดำเนินการโพสเรื่องราวผ่านสื่อคอมพิวเตอร์ก็อาจจทำให้ ถูกฟ้องร้องใน มาตรา 14 (1) หมิ่นประสาท และ (4) การเผยแพร่ภาพและข้อมูลลามก ตาม พ.ร.บ. ความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ 2550 ได้เช่นกัน


ขณะที่ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ โฆษก บก.ปอท. ระบุว่า การจะดำเนินคดีในข้อกล่าวหาใด จะต้องดูที่เจตนาและข้อเท็จจริง รวมถึงการแชร์ข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ ผู้เริ่มต้น หรือผู้แชร์ซ้ำ หากพบมีเจตนาที่ต้องการสร้างความเสียหาย ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องหมิ่นประมาทได้ และหากพบเนื้อหาลามกอนาจาร แชร์ภาพโดยไม่ปกปิดภาพต้นฉบับ ก็อาจจะถูกฟ้องในข้อหาเผยแพร่ภาพลามกอนาจารได้

ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องหมิ่นประมาท ผู้ก่อเหตุ ผู้แชร์ข้อมูล ที่อาจสร้างความเสื่อมเสียได้ ทั้งอาญา และกฎหมายทำผิดทางคอมพิวเตอร์

แต่ที่สำคัญบทเรียนของเรื่องนี้ เป็นการกระทำที่เรียกได้ว่า เกิดจากความรู้เรื่อง แต่ไม่คิดว่าผลที่เกิดจะทำลายอนาคตได้ เพราะเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการทางคดี ผู้ก่อเหตุทั้งหมดก็จะกลายเป็นผู้มีคดีติดตัวไปตลอด ดังนั้น อย่าทำการใดด้วยความคึกคะนอง

 

กลับขึ้นด้านบน