ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก "จุฑามาศ" 50 ปี รับสินบนต่างชาติ

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก "จุฑามาศ" 50 ปี รับสินบนต่างชาติ

ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก "จุฑามาศ" 50 ปี รับสินบนต่างชาติ

รูปข่าว : ศาลอุทธรณ์ยืนจำคุก "จุฑามาศ" 50 ปี รับสินบนต่างชาติ

คดีที่นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการ ททท.เรียกรับเงินจากนักธุรกิจอเมริกัน เพื่อให้ได้สิทธิ์จัดงานบางกอกฟิล์มฯ ล่าสุดศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง แก้โทษในชั้นอุทธรณ์ ลดโทษให้บุตรสาวของนางจุฑามาศ เหลือ 40 ปี ส่วนนางจุฑามาศ คงให้ตัดสินจำคุก 50 ปี

วันนี้ (8 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดอ่านคำพิพากษาคดีที่ นางจุฑามาศ ศิริวรรณ อดีตผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จิตติโสภา ศิริวรรณ บุตรสาว ตกเป็นจำเลยในความผิดเป็นเจ้าพนักงานเรียกรับสินบน และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีเรียกรับเงินจากนักธุรกิจสัญชาติอเมริกัน เพื่อให้ได้สิทธิจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพฯ หรือ บางกอกฟิล์ม เฟสติวัล ปี 2545-2550 มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท

คดีนี้ ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกนางจุฑามาศ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 66 ปี แต่นับโทษคงจำคุกสูงสุด 50 ปี และจำคุก น.ส.จิตติโสภา 44 ปี และสั่งริบเงินจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐและดอกผล เป็นเงิน 62 ล้านบาทเศษ ให้ตกเป็นของแผ่นดิน แต่จำเลยยื่นอุทธรณ์

ล่าสุด ศาลอุทธรณ์พิเคราะห์แล้วเห็นว่า อุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้นบางส่วนในประเด็นที่โจทก์ไม่ได้บรรยายฟ้องให้เห็นว่า จำเลยที่ 2 มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเรียกรับเงินฯ จึงพิพากษาแก้โทษจำคุกจำเลยที่ 2 คงเหลือจำคุก 40 ปี ส่วนโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ให้เป็นไปตามคำพิพากษาชั้นต้น จำคุก 66 ปี แต่นับโทษคงจำคุกสูงสุด 50 ปี

ส่วนประเด็นการริบทรัพย์โดยมิชอบนั้น ศาลเห็นว่าอุทธรณ์ของจำเลยฟังขึ้น เนื่องจากคดีนี้โจทก์ไม่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลริบทรัพย์ อีกทั้งเป็นคดีที่เกิดขึ้นก่อนที่พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ พ.ศ.2559 ที่กำหนดให้ศาลมีอำนาจสั่งริบทรัพย์คดีทุจริตได้ไม่ว่าโจทก์จะร้องขอหรือไม่ จะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นจึงให้ยึดถือตามกฎหมายเดิม ยกคำสั่งที่ให้ริบทรัพย์เงินจำนวน 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

กลับขึ้นด้านบน