ศาลอุทธรณ์จำคุก 6 ปี เสี่ยเบนซ์ชนนักศึกษา ป.โท เสียชีวิต

ศาลอุทธรณ์จำคุก 6 ปี เสี่ยเบนซ์ชนนักศึกษา ป.โท เสียชีวิต

ศาลอุทธรณ์จำคุก 6 ปี เสี่ยเบนซ์ชนนักศึกษา ป.โท เสียชีวิต

รูปข่าว : ศาลอุทธรณ์จำคุก 6 ปี เสี่ยเบนซ์ชนนักศึกษา ป.โท เสียชีวิต

ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ เพิ่มโทษจำคุก 6 ปี จำเลยคดีขับรถเบนซ์ชนรถฟอร์ดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต จากความผิดฐานเสพแอมเฟตามีนแล้วขับรถเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้บางส่วนเหลือจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

วันนี้ (8 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ในคดีพนักงานอัยการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายเจนภพ วีรพร จำเลยคดีขับรถเบนซ์ชนรถฟอร์ด เป็นเหตุให้นายกฤษณะ ถาวร และ น.ส.ธันฐภัทร์ ฮ้อแสงชัย นิสิตปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เสียชีวิต

โดยพิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 6 เดือน คดีขับรถเร็วเกินกำหนด และยกฟ้องคดีเมาสุราและเสพสารเสพติด โดยให้เพิ่มโทษเป็นจำคุก 6 ปี ฐานเสพแอมเฟตามีนแล้วขับรถ เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่จำเลยให้การเป็นประโยชน์ จึงลดโทษให้บางส่วนเหลือจำคุก 4 ปี โดยไม่รอลงอาญา

 

 

นายวิเชียร ชุบไธสง ทนายความของครอบครัวผู้เสียหาย เปิดเผยว่า คดีนี้นับเป็นมาตรฐานใหม่ของการตัดสินคดีในศาล เนื่องจากนายเจนภพ ปฏิเสธที่จะตรวจสารเสพติดหลังเกิดเหตุ ศาลอุทธรณ์จึงพิพากษาตามแนวทางของกฎหมาย ซึ่งระบุว่าหากผู้ต้องหาปฏิเสธที่จะตรวจสารเสพติดให้พิจารณาว่าผู้ต้องหาคนนั้นเสพสารเสพติดมาก่อน

คดีนี้ศาลจึงพิพากษาว่าผู้ต้องหามีความผิดฐานเสพสารเสพติด ขับรถประมาท เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 3-10 ปี ซึ่งเป็นข้อหาที่มีโทษหนักกว่าข้อหาเดิม ที่ศาลชั้นต้นตัดสิน คือข้อหาประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย

 

 

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2559 ขณะนายกฤษณะขับรถฟอร์ด มี น.ส.ธันฐภัทร์ โดยสารมาด้วยเพื่อไปส่งเอกสารขอจบการศึกษาที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย แต่เมื่อถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 53 ถนนพหลโยธิน ต.เชียงรากน้อย อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ถูกนายเจนภพ ซึ่งขับรถเบนซ์มาด้วยความเร็วสูงพุ่งชนท้าย จนเกิดไฟลุกไหม้รถของนายกฤษณะ คลอกทั้ง 2 คนเสียชีวิต

 

 

กลับขึ้นด้านบน