"ม.รังสิต" ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์

"ม.รังสิต" ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์

"ม.รังสิต" ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์

รูปข่าว : "ม.รังสิต" ได้รับอนุญาตปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์

มหาวิทยาลัยรังสิต เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกในประเทศที่ได้รับอนุญาตให้ปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์ โดยเตรียมนำเมล็ดพันธุ์จาก ป.ป.ส.ปลูกในโรงเรือนแบบปิด เมื่อกัญชาโตขึ้นจะเก็บตัวอย่างวิเคราะห์ปริมาณสารต่างๆ สายพันธุ์ที่มีคุณภาพจะนำไปสกัดเป็นผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์

วันนี้ (9 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มหาวิทยาลัยรังสิต ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้ปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์แล้ว ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาแห่งแรกในประเทศที่ได้รับอนุญาต โดยได้จัดเตรียมโรงเรือนแบบปิดไว้ภายในมหาวิทยาลัยแล้ว

โดยแปลงปลูกมีขนาด 32 ตารางเมตร ปลูกได้ประมาณ 50 ต้น ภายในโรงเรือนต้องมีการควบคุมแสง อุณหภูมิ ความชื้น เพื่อให้มีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการเจริญเติบโตของกัญชา ซึ่งเม็ดพันธุ์ที่จะใช้ปลูกได้มาจากกัญชาของกลางที่รับมอบจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)

รศ.บัญญัติ เศรษฐฐิติ คณบดีคณะนวัตกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า เมื่อกัญชาเติบโตในระยะหนึ่งจะเก็บตัวอย่างมาวิเคราะห์ปริมาณสารต่างๆ เช่น CBD, CBN และ THC หากสายพันธุ์ใดมีปริมาณสารมากก็จะต่อยอดพัฒนาสายพันธุ์ให้มีคุณภาพที่สุด เพื่อให้นำไปสกัดเป็นผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์

ก่อนหน้านี้ องค์การเภสัชกรรมปลูกกัญชาล็อตแรก 140 ต้น เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2562 เพื่อใช้ผลิตสารสกัดต้นแบบกัญชาทางการแพทย์ภายในโรงเรือน มีการควบคุมคุณภาพปลอดจากสารเคมี สิ่งปนเปื้อน ขณะเดียวกันต้องพัฒนาทั้งองค์ความรู้งานวิจัยและผ่านการรับรองจาก อย. เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ป่วยจะได้ประโยชน์จากการนำกัญชามาใช้รักษาโรคอย่างปลอดภัย

ยื่นแจ้งครอบครองกัญชาวันสุดท้าย 21 พ.ค.นี้

นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. ระบุว่า ขณะนี้มีผู้แจ้งครอบครองกัญชาแล้ว 8,500 คน ซึ่งจำนวนผู้มาแจ้งจะเป็นตัวเลขพื้นฐานที่ใช้ในการเตรียมระบบและเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ เพื่อเตรียมยาไว้สำหรับคนกลุ่มนี้ เดิมการแจ้งครอบครองกัญชาจะสิ้นสุดในวันที่ 19 พ.ค.2562 แต่เนื่องจากตรงกับวันหยุดราชการ อย.จึงให้มาแจ้งการครอบครองได้ในวันทำการถัดไป ซึ่งจะตรงกับวันที่ 21 พ.ค.2562

สำหรับผู้ที่ครอบครองกัญชามาก่อน ต้องให้แพทย์ที่ให้การรักษาออกใบรับรองการเจ็บป่วย หรือโรคที่เป็น โดยระบุชื่อแพทย์-เลขที่ใบประกอบวิชาชีพ หรือเลขที่ใบรับรอง หรือใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพ ลงในใบรับรองแพทย์ด้วย พร้อมเตรียมบัตรประจำตัวประชาชน และนำกัญชาที่ใช้ในการรักษามาแสดงด้วย แต่หากมีปริมาณมากสามารถใช้รูปถ่ายได้ แต่ต้องให้ครบถ้วน ชัดเจน ระบุที่อยู่ พร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่จะนัดหมายเพื่อตรวจสอบ

ล่าสุด สำนักงานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ประสานมายัง อย. เตรียมนำเครือข่ายเกษตรกรและครอบครัว ซึ่งเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จำนวน 300 คน มายื่นแจ้งการครอบครองกัญชาเป็นกรณีพิเศษในวันอาทิตย์ที่ 12 พ.ค.นี้ โดย อย.เตรียมเจ้าหน้าที่ไว้คอยอำนวยความสะดวกแล้ว

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ม.รังสิต เปิดตัวสถาบันวิจัยกัญชาเพื่อการแพทย์

 

กลับขึ้นด้านบน