ชัวร์ก่อนบริจาค! อย่าให้ "เลือด" ของเราทำร้ายคนอื่น

ชัวร์ก่อนบริจาค! อย่าให้ "เลือด" ของเราทำร้ายคนอื่น

ชัวร์ก่อนบริจาค! อย่าให้ "เลือด" ของเราทำร้ายคนอื่น

รูปข่าว : ชัวร์ก่อนบริจาค! อย่าให้ "เลือด" ของเราทำร้ายคนอื่น

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์ผู้บริจาคเลือดเป็นประจำ ชี้ต้องการช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน เพราะเลือดอาจช่วยให้กลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง เตือนคนไม่พร้อมอย่าบริจาค เพราะจะทำร้ายผู้อื่นได้ ชี้ควรมีแพทย์ตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะการทำแบบสอบถามเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ

จากกรณีโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ชี้แจงกรณีผู้ป่วยรักษาโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่พบการติดเชื้อเอชไอวีจากการรับเลือด โดยระบุว่า ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติฯ ได้ใช้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองเลือดผู้บริจาคที่มีประสิทธิภาพสูงด้วยเทคนิค NAT ที่สามารถตรวจพบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้มาถึงปัจจุบัน แต่อย่างไรก็ตามการตรวจคัดกรองการติดเชื้อในเลือดยังมีข้อจำกัดกรณีที่ผู้บริจาคเพิ่งได้รับเชื้อเข้ามาใหม่ซึ่งในเลือดจะมีปริมาณเชื้อไม่มากพอที่จะตรวจพบได้ด้วยวิธีใด ๆ (Window period) จึงอาจทำให้ผู้ป่วยได้รับเชื้อเหล่านี้ แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นมีน้อยมาก

วันนี้ (10 พ.ค.2562) ไทยพีบีเอสออนไลน์ สอบถามไปยัง น.ส.วรรณพร  แก้วแพรก หนึ่งในผู้บริจาคเลือดมาแล้ว 17 ครั้ง ระบุว่า ก่อนจะบริจาคเลือดนั้น ต้องตรวจสอบตัวเองให้พร้อมสำหรับการบริจาคด้วย เพื่อไม่ให้คนอื่นเดือดร้อนจากเลือดของเรา โดยต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่ไม่มันเกินไป นอกจากนี้ต้องไม่ป่วย ไม่เป็นหวัด ไม่เป็นไข้ หรือรับวัคซีนมาในเวลาที่กำหนดห้าม และต้องกรอกข้อมูลในแบบสอบถามอย่างถูกต้องและเป็นความจริง

ตัดสินใจบริจาคเลือด เพราะต้องการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความเดือดร้อน เพราะเลือดเราอาจช่วยให้เขากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง แต่หากไม่พร้อมหรือรู้ตัวว่ามีความผิดปกติก็ไม่ควรให้เลือดของเราไปทำร้ายคนอื่น

เช่นเดียวกับ น.ส.เขมนันท์  ภิรมย์  นักศึกษาปริญญาโท มหาวิทยาลัยมหิดล หนึ่งในผู้บริจาคเลือดเป็นประจำทุก 3 เดือน ระบุว่า เริ่มบริจาคครั้งแรกตั้งแต่ตอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5-6 บริจาค มาแล้ว 20 ครั้ง ส่วนตัวคิดว่าเป็นช่องทางในการทำบุญรูปแบบหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินแต่ได้บุญมาก เพราะเหมือนเป็นการต่อลมหายใจให้คนอื่น

ปกติก่อนไปบริจาคเลือดจะเตรียมตัวอย่างดี 2-3 ก่อนบริจาคจะพยายามไม่นอนดึก กินข้าวให้ครบ 3 มื้อ ดื่มน้ำมากกว่าปกติ

แนะเพิ่มแพทย์ตรวจสอบละเอียดก่อนบริจาคเลือด

น.ส.เขมนันท์ ยอมรับว่า รู้สึกตกใจเมื่อทราบข่าวเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อเอชไอวีจากการรับเลือด เนื่องจากค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่เทคนิคการแพทย์น่าจะตรวจสอบทุกขั้นตอนเป็นอย่างดี แต่คิดว่าหากเป็นไปได้ควรมีการปรับปรุงการคัดกรองมากกว่าการทำแบบสอบถาม

การตรวจคัดกรองเบื้องต้นที่ใช้แค่แบบสอบถาม ไม่มีหมอมานั่งซักประวัติหรือตรวจโดยละเอียด ก็มีโอกาสที่ผู้มีเชื้อหรือเลือดผิดปกติจะหลุดเข้าไปได้ มันน่ากลัวนะ ถ้าในอนาคตวันหนึ่งตัวเราเกิดอุบัติเหตุ ก็ไม่รู้จะได้รับเลือดจากใครที่ไหน

ทั้งนี้ เขมนันท์ ย้ำว่า สำหรับคนที่ร่างกายไม่พร้อมก็ไม่ควรไปบริจาค และในอนาคตก็หวังว่าจะมีการตรวจสอบผู้บริจาคเลือดแบบละเอียดทุกคน เพราะเชื่อว่าสำหรับคนที่ตัดสินใจมาบริจาคเลือดแล้ว เสียเวลาเพิ่มอีก 1 ชั่วโมงเพื่อเข้ารับการตรวจสอบโดยละเอียด เพื่อแลกกับความปลอดภัยของผู้ที่ได้รับเลือดนั้น ส่วนตัวยอมได้แน่นอน

ขอตอบแบบสอบถามตามจริง เพื่อความปลอดภัยคนรับเลือด

สอดคล้องกับที่เฟซบุ๊ก Drama-addict ได้เผยแพร่รูปภาพแบบสอบถามผู้บริจาคโลหิต พร้อมระบุว่า เวลาไปบริจาคเลือด แล้วศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ให้ทำแบบสอบถาม ขอร้องพ่อแม่พี่น้องช่วยกรอกกันตามจริงด้วย เพราะแบบสอบถามเหล่านี้ มีไว้ เพื่อประเมินความเสี่ยงรวมๆ ของผู้ที่มาบริจาคเลือด

หากใครมีประวัติเสี่ยงมา เช่น เพิ่งไปเที่ยวบริการมา ก็บอกเขาไปตามตรง ถ้าทางกาชาดไม่รับก็อย่าไปโกรธเขา ทุกอย่างทำไปเพื่อความปลอดภัยของผู้รับเลือดทั้งนั้น


ทั้งนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการบริจาคเลือด ควรเตรียมความพร้อมร่างกายทั้งก่อนและหลังบริจาคตามคำแนะนำของสภากาชาดไทย ดังนี้

ข้อปฏิบัติก่อนการบริจาคเลือด

  1. นอนหลับพักผ่อนไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
  2. สุขภาพทั่วไปแข็งแรงดี และไม่อยู่ระหว่างรับประทานยารักษาโรค หรือยาปฏิชีวนะ
  3. ควรรับประทานอาหารก่อนการบริจาคเลือด โดยยกเว้นอาหารที่มีไขมันสูง
  4. งดสูบบุหรี่ก่อนบริจาคเลือด 1 ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกเลือดได้ดี

ข้อปฏิบัติหลังการบริจาคเลือด

  1. ไม่ลุกจากเตียงทันที เพราะจะทำให้เป็นลมได้
  2. ดื่มน้ำให้มากกว่าปกติเป็นเวลา 1 วัน
  3. หลีกเลี่ยงการใช้กำลังแขนข้างที่เจาะเป็นเวลา 12 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการบวมช้ำ
  4. งดกิจกรรมที่ใช้กำลังและเสียเหงื่อที่ทำให้อ่อนเพลียได้
  5. รับประทานยาธาตุเหล็ก วันละ 1 เม็ด จนหมด เพื่อเสริมธาตุเหล็กให้สร้างเลือดแดงเข้มได้เร็ว
  6. คนที่สุขภาพดี บริจาคเลือดได้ทุก 3 เดือน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

รพ.บำรุงราษฎร์ ชี้แจงกรณีผู้ป่วยถ่ายเลือดติดเชื้อเอชไอวี 

 

กลับขึ้นด้านบน