วิกฤต "หนอนกระทู้" อุปสรรคจีนสู้สงครามการค้าสหรัฐฯ

วิกฤต "หนอนกระทู้" อุปสรรคจีนสู้สงครามการค้าสหรัฐฯ

วิกฤต "หนอนกระทู้" อุปสรรคจีนสู้สงครามการค้าสหรัฐฯ

รูปข่าว : วิกฤต "หนอนกระทู้" อุปสรรคจีนสู้สงครามการค้าสหรัฐฯ

ทางการจีนเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐฯ โต้กลับสงครามการค้า โดยหนึ่งในนั้น คือ ถั่วเหลือง ที่จีนต้องนำเข้าเป็นอันดับ 1 ของโลก แม้จีนจะพยายามผลิตถั่วเหลืองด้วยตัวเองแต่ต้องหยุดชะงักเมื่อเจอ "หนอนกระทู้" ศัตรู (พืช) ใหม่ ของประเทศ

สำนักข่าวซีเอ็นบีซี ของสหรัฐอเมริกา รายงานว่า กรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า ขณะนี้จีนกำลังเผชิญกับวิกฤตศัตรูพืชที่ตรวจพบเป็นครั้งแรกเมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งกำลังแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อการผลิตพืชสำคัญที่มีความสำคัญต่อการจัดหาอาหารของประชากรในประเทศ

“หนอนกระทู้” (fall armyworm) คือ ศัตรูพืชตัวสำคัญที่ทำลายข้าวโพด ถั่วเหลือง ฝ้าย ข้าว และพืชอื่นๆ นับสิบชนิดส่งผลให้จีนต้องนำเข้าข้าวโพด ข้าวและถั่วเหลืองเพิ่มเติม เพื่อทดแทนความขาดแคลนในประเทศ โดยก่อนที่จะเกิดสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาขึ้นนั้น ประเทศจีนนำเข้าถั่วเหลือถึง ร้อยละ 60 ของการส่งออกทั้งหมดของสหรัฐอเมริกา

ปัญหาเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ทางการจีนพยายามส่งเสริมการผลิตถั่วเหลือง เพื่อลดความต้องการนำเข้า โดยขณะนี้จีนถูกจัดอันดับให้เป็นผู้นำเข้าถั่วเหลืองรายใหญ่ที่สุดของโลก ความพยายามในการผลิตถั่วเหลืองของจีน ส่งผลให้จีนสามารถผลิตถั่วเหลืองได้ปีละ 16 ล้านตัน แต่จีนยังคงนำเข้าถั่วเหลืองปีละมากกว่า 80 ล้านตันของสินค้าอุปโภค บริโภคที่ใช้กันทั่วไปสำหรับอาหารสัตว์และน้ำมัน

กรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา ยังระบุไว้ในรายงานของสัปดาห์นี้อีกว่า ขณะนี้สถานการณ์ศัตรูพืชใน 6 จังหวัดของจีนมีความเสี่ยงสูงที่จะแพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยผู้เชี่ยวชาญด้านเกษตรกรรมทั้งภาครัฐและภาคเอกชนของจีน รายงานว่า “หนอนกระทู้” แพร่กระจายเร็วกว่าที่คาดไว้มาก

กรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า เกษตรกรส่วนใหญ่ในประเทศจีนคาดหวังเกี่ยวกับการฝึกอบรมเพื่อจัดการกับหนอนกระทู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
มีความเป็นไปได้สูงที่ศัตรูพืชจะแพร่กระจายไปทั่วทุกพื้นที่การผลิตธัญพืชของจีนภายใน 12 เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้ ประเทศจีนยังกำลังรับมือกับวิกฤตปศุสัตว์ที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหมูซึ่งเป็นแหล่งโปรตีนหลักแหล่งหนึ่ง ทำให้ปักกิ่งอยู่ภายใต้แรงกดดันมากขึ้นเมื่อต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาหนอนกระทู้เพิ่มขึ้น ประเทศจีนพบผู้ป่วยอย่างน้อย 129 คนจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (African swine fever) ที่กำลังแพร่ระบาดอยู่ในประเทศจีน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม สถาบันวิชาการด้านสหกรณ์ (Rabobank) ประมาณการว่าสัตว์มากถึง 200 ล้านตัวอาจได้รับผลกระทบ และทำให้ผลผลิตลดลง ร้อยละ 30

"หนอนกระทู้" ระบาดกระทบเศรษฐกิจหลายประเทศทั่วโลก

จีนไม่ใช่ประเทศเดียวที่เผชิญกับปัญหาหนอนกระทู้ เป็นที่รู้กันว่าหลายพื้นที่ทั่วโลกรวมถึงอเมริกาเหนือและแอฟริกาต่างก็เผชิญกับปัญหานี้ กรณีของแอฟริกาแสดงให้เห็นถึงบทเรียนราคาแพงให้กับประเทศจี จากการระบาดของหนอนกระทู้

กรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2016 ศัตรูพืชได้สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางทั่วแอฟริกา ขณะเดียวกันในสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโกก็มีการควบคุมศัตรูพืชด้วยสารเคมีกำจัดศัตรูพืชเป็นหลัก แม้ว่าศัตรูพืชในบางภูมิภาคจะมีความต้านทานต่อสารกำจัดศัตรูพืชจำนวนมาก 

เจ้าหน้าที่ทางการจีนได้กำหนดแผนปฏิบัติการฉุกเฉิน เพื่อติดตามและกำจัดหนอนกระทู้ กรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา กล่าวในรายงานล่าสุด หนอนกระทู้ไม่มีผู้ล่าตามธรรมชาติในประเทศจีนและการมีอยู่ของมันอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตและคุณภาพการเพาะปลูกของข้าวโพด ข้าว ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง อ้อย ถั่วเหลือง ฝ้าย และถั่วลิสงอื่น ๆ

จีนเผชิญปัญหาการแพร่ระบาดของหนอนกระทู้ ตั้งแต่เดือน ม.ค.โดยกระทรวงเกษตร ระบุว่า มีการพบหนอนกระทู้ในมณฑลยูนนาน ซึ่งกรมวิชาการเกษตรของสหรัฐอเมริกา คาดการณ์ว่า หนอนกระทู้อาจเข้ามาในประเทศจีนจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา โดยหนอนกระทู้เคยถูกพบในอินเดียเมื่อปีที่แล้ว ก่อนจะแพร่กระจายไปยังบังกลาเทศและเมียนมา

กำแพงภาษีจีน-สหรัฐ กระทบตลาดถั่วเหลือง 2 ประเทศ

ข้อมูลจากกรมการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ รายงานว่า สหรัฐอเมริกาได้ประกาศเพิ่มภาษีร้อยละ 25 กับสินค้านำเข้าจากจีน คิดเป็นมูลค่า 34,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และด้านประเทศจีนก็ได้ตอบโต้กลับโดยการประกาศเพิ่มภาษีสินค้านำเข้าจากสหรัฐอเมริกาด้วยเช่นกัน ซึ่งถั่วเหลืองเป็น 1 ในรายการสินค้าที่จีนปรับเพิ่มภาษีตอบโต้สหรัฐอเมริกาด้วย

ความตึงเครียดทางการค้านี้คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างชัดเจนต่อตลาดถั่วเหลืองของทั้ง 2 ประเทศ ที่จีนขาดแคลนถั่วเหลืองอยู่ปีละประมาณ 90 ล้านตันและพึ่งพาการนำเข้าหลักจากสหรัฐอเมริกา และในทางกลับกัน สหรัฐอเมริกาเองก็เป็นประเทศผู้ผลิตถั่วเหลืองที่ใหญ่ที่สุดของโลก มีปริมาณการผลิตอยู่ที่ 100 ล้านตันต่อปีและมีความต้องการใช้ภายในประเทศเพียงแค่ครึ่งเดียว ทำให้ส่วนที่เหลืออีกครึ่งต้องพึงพาการส่งออกไปยังต่างประเทศ

ปัจจุบัน ประเทศจีนมีความต้องการใช้ถั่วเหลืองปริมาณกว่า 100 ล้านตันต่อปี แต่ปริมาณการผลิตภายในประเทศมีเพียง 10 ล้านตัน ซึ่งหมายความว่าจีนยังขาดแคลนถั่วเหลืองสูงถึงประมาณ 90 ล้านตัน จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้า โดยในหลายปีมานี้จีนนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกาเป็นหลักอยู่ที่ประมาณ 30 ล้านตันต่อปี

"อเมริกาใต้" ตลาดใหม่นำเข้าถั่วเหลือง

ข้อมูลจากสำหรับตลาดนำเข้าถั่วเหลืองของประเทศจีน พบว่าตั้งแต่ปี 2559 สัดส่วนการนำเข้าถั่วเหลืองของจีนจากอเมริกาใต้ขึ้นนำสัดส่วนการนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกาแล้ว โดยจากสถิติจากสำนักงานศุลกากรจีนในปี 2560-2561 ประเทศจีนนำเข้าถั่วเหลืองจำนวน 93.49 ล้านตัน โดยนำเข้าถั่วเหลืองจากประเทศ
บราซิลจำนวน 45.34 ล้านตัน ครองสัดส่วนการนำเข้าถั่วเหลืองทั้งหมด ร้อยละ 48.5 และนำเข้าถั่วเหลืองจากประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 36.84 ล้านตัน ครองสัดส่วนการนำเข้าถั่วเหลืองทั้งหมด ร้อยละ 39.4 

ในปี 2560 จีนใช้วัตถุดิบเพื่อให้โปรตีนในการผลิตอาหารสัตว์ จำนวน 105 ล้านตัน ซึ่งจากวัตถุดิบทั้งหมดนี้ มีวัตถุดิบที่มาจากกากถั่วเหลืองจำนวน 72.30 ล้านตัน เมื่อจีนมีมาตรการตอบโต้ทางการค้าเช่นนี้ก็จะส่งผลให้การนำเข้าถั่วเหลืองจากสหรัฐอเมริกาลดลง และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาอาหารสัตว์ในประเทศที่อาจเพิ่มสูงขึ้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงได้เร่งหาแหล่งนำเข้าถั่วเหลืองทดแทน และปรับลดปริมาณการใช้กากถั่วเหลืองในสูตรอาหารสัตว์

รวมทั้ง เพิ่มการนำเข้าเมล็ดพืชน้ำมันชนิดอื่นและกากพืชอื่นทดแทนจึงมีการคาดการณ์ว่ามาตรการการเพิ่มภาษีนำเข้าระหว่างจีนกับสหรัฐอเมริกาจะส่งผลให้อุปทานถั่วเหลืองในประเทศจีนขาดแคลน นอกจากนี้ ความพยายามในการผลิตถั่วเหลืองในประเทศยังเผชิญปัญหาศัตรูพืชจากหนอนกระทู้ จึงทำให้จีนยังคงต้องพึ่งการนำเข้าถั่วเหลืองบางส่วนจากสหรัฐอเมริกาอยู่แม้ว่าภาษีจะสูงขึ้นแล้วก็ตาม

 

กลับขึ้นด้านบน