จำคุก 6 ปี "อดีตพระพรหมดิลก" คดีฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด

จำคุก 6 ปี "อดีตพระพรหมดิลก" คดีฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด

จำคุก 6 ปี "อดีตพระพรหมดิลก" คดีฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด

รูปข่าว : จำคุก 6 ปี "อดีตพระพรหมดิลก" คดีฟอกเงินทุจริตเงินทอนวัด

ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง พิพากษาจำคุกอดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา 6 ปี และอดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสามพระยา 3 ปี ในคดีร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม ส่วนคดีอื่นให้ยกฟ้อง

วันนี้ (16 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่มภิกษุสงฆ์และศิษยานุศิษย์ของนายเอื้อน กลิ่นสาลี หรือ อดีตพระพรหมดิลก อดีตเจ้าอาวาสวัดสามพระยา และอดีตกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และอดีตเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร และนายสมทรง อรรถกฤษณ์ อดีตพระอรรถกิจโสภณและอดีตเลขาเจ้าคณะกรุงเทพ วัดสามพระยา เข้าร่วมรับฟังคำพิพากษา คดีร่วมฟอกเงินทุจริตงบประมาณ สำนักพระพุทธศาสนา (พศ.) ให้วัดสามพระยา โดยทั้ง 2 ตกเป็นจำเลยในคดีร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 กรณีร่วมกันฟอกเงินจากการทุจริตเงินทอนวัดในส่วนอุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม

และอดีตเจ้าอาวาส ถูกฟ้องอีกคดีในฐานความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานฯ, ร่วมกันฟอกเงินอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542

ศาลพิเคราะห์จากพยานหลักฐานแล้วเห็นว่าจำเลยที่ 1 และจำเลยที่ 2 มีความผิดตามฟ้อง ในความผิดร่วมกันฟอกเงิน เนื่องจากงบที่ได้รับมาจากสำนักพระพุทธศาสนา จำนวน 5 ล้านบาทนั้น เป็นงบที่ให้สนับสนุนการศึกษาโรงเรียนปริยัติธรรม แต่วัดสามพระยาไม่มีโรงเรียนปริยัติธรรม แต่จำเลยไม่ส่งคืน พศ. กลับมอบอำนาจให้ผู้อื่นเบิกถอนเงินไปใช้ก่อสร้างและบูรณะสิ่งปลูกสร้างในวัด โดยอ้างว่าเข้าใจว่าเป็นงบประมาณบูรณาการที่เคยขอไป

แต่ในการสืบพยานนัดแรก จำเลยไม่ได้นำเอกสารของบและรับงบมายื่นต่อศาล แต่ขอเพิ่มเติมภายหลัง ทั้งที่เป็นเอกสารสำคัญ อีกทั้งมีการเบิกงบไปฝากบัญชีประจำรวม 2 บัญชี เพื่อเอาดอกเบี้ยเงินฝาก การกระทำของจำเลยทั้ง 2 จึงเป็นการ ยักย้าย เปลี่ยนทรัพย์สินซึ่งได้มาจากการทุจริต ของคดีมูลฐานความผิดทุจริตงบประมาณสนับสนุนการศึกษาวัดของ พศ. ศาลจึงลงโทษให้จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ต้องรับโทษ 2 เท่าของโทษทางคดี ลงโทษจำคุกรวม 6 ปี

ส่วนจำเลยที่ 2 ตัดสินลงโทษจำคุก 3 ปี และสั่งยกฟ้องในคดีความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริตเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157

 

กลับขึ้นด้านบน