2 สามีภรรยาคดีรุกป่าออกจากเรือนจำ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

2 สามีภรรยาคดีรุกป่าออกจากเรือนจำ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

2 สามีภรรยาคดีรุกป่าออกจากเรือนจำ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

รูปข่าว : 2 สามีภรรยาคดีรุกป่าออกจากเรือนจำ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

2 สามีภรรยา ผู้ต้องขังคดีบุกรุกป่า จ.กาฬสินธุ์ สุดดีใจได้รับพระราชทานอภัยโทษ ขณะที่ญาติมารอรับแน่นหน้าเรือนจำ โผสวมกอดหลั่งน้ำตาด้วยความดีใจ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณในหลวง รัชกาลที่ 10 ที่ทรงพระราชทานอภัยโทษได้รับอิสรภาพ

วันนี้ (16 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางอารีย์ โรจน์วัฒนบูลย์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานพิธีปล่อยตัวผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของเรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ ครั้งที่ 2 จำนวน 239 คน โดยมีนายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เรือนจำเข้าร่วมพิธีและอำนวยความสะดวก ก่อนที่จะนำผู้ต้องราชทัณฑ์ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษกล่าวคำปฏิญาณตน และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี

ทั้งนี้ ในจำนวนผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้มีนายอุดม ศิริสอน อายุ 57 ปี และนางแดง ศิริสอน อายุ 54 ปี 2 สามีภรรยา ผู้ต้องขังคดีบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง หรือที่รู้จักกันในสื่อสังคมออนไลน์ว่า "คดีตายายเก็บเห็ด" รวมอยู่ด้วย โดยมีญาติของผู้ต้องขังรอรับอยู่บริเวณประตูออกของเรือนจำอย่างเนืองแน่น

โดยในทันทีที่ผู้ได้รับการอภัยโทษเดินออกมาจากประตูเรือนจำ บรรดาญาติพี่น้องที่มาเฝ้ารอรับตั้งแต่เช้า ต่างได้โผเข้าสวมกอดด้วยความดีใจ บางคนร้องไห้ด้วยความดีใจ โดยเฉพาะนายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน ซึ่งมีสีหน้าบ่งบอกถึงความดีใจอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งนางแดงถึงกลั่นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นอกจากนี้ ญาติพี่น้องต่างก็หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความดีใจ ขณะที่หลายคนน้ำตาซึมด้วยความตื้นตันใจ ซึ่งทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้

 

 

 

นายอุดม ศิริสอน กล่าวว่า รู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 อย่างหาที่สุดไม่ได้ ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรไทย และผู้ต้องราชทัณฑ์ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ ซึ่งหลังจากได้รับพระราชทานอภัยโทษ ก็จะประพฤติตนเป็นพลเมืองดี และตั้งใจทำมาหากินอย่างสุจริต

ขณะที่นางแดง ศิริสอน กล่าวว่า จากการที่ตนและสามีเป็นหนึ่งในจำนวนผู้ต้องขัง 239 คน ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษในครั้งนี้ รู้สึกดีใจจนแทบจะพูดไม่ออก ทั้งปลาบปลื้มปีติ ที่พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานอภัยโทษดังกล่าว ส่วนหลังนี้ญาติมารับและก็จะกลับถึงบ้าน ขอตั้งหลักก่อน จะมีการทำพิธีรับขวัญเมื่อไหร่นั้น ยังไม่ได้ตกลงกัน แต่คิดไว้แล้วว่าก่อนอื่นจะไปพากันทำบุญตักบาตร เพื่อความเป็นสิริมงคล

ด้านนายภัทรพงศ์ หมวกสกุล ผู้บัญชาการเรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า กรณีนายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณรับการอภัยโทษครั้งนี้ เป็นผู้ต้องขังในคดี พ.ร.บ.ป่าไม้ ป่าสงวนแห่งชาติ คดีเกิดที่ อ.ห้วยเม็ก จ.กาฬสินธุ์ หรือที่รู้จักกันในสื่อสังคมออนไลน์ว่า "คดีตายายเก็บเห็ด" เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ของเรือนจำ จ.กาฬสินธุ์ครั้งที่ 2 ในจำนวน 239 คน

 

 

 

โดยก่อนหน้านี้ ทั้งสองตกเป็นจำเลยในคดี ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2553 โดยศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ พิพากษาจำคุกคนละ 30 ปี ก่อนลดโทษเหลือ 15 ปี หลังจากนั้นทั้งคู่ได้สู้คดีในชั้นอุทธรณ์ โดยศาลอุทธรณ์มีคำสั่งแก้จำคุกเป็น 14 ปี 12 เดือน กระทั่งในปี 2560 ศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุกคนละ 5 ปี จากฐานความผิดในการบุกรุกเข้าไปยึดถือครอบครองและทำประโยชน์ในป่าสงวนแห่งชาติดงระแนง รวมทั้งต้องชดใช้ค่าเสียหายเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลาย ตามนัยมาตรา 97 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 โดยพื้นที่บุกรุกทำลาย 72 ไร่ คิดเป็นค่าเสียหายต่อรัฐ ทั้งสิ้น 2,521,055 บาท ซึ่งในส่วนนี้อาจจะทำให้นายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน รวมทั้งญาติมีความวิตกกังวลนั้น เรื่องดังกล่าวให้สบายใจได้ เพราะเมื่อได้รับการอภัยโทษแล้ว ก็ถือว่าความผิดทุกฐานหมดไป ไม่ต้องถูกปรับแต่อย่างใด

สำหรับนายอุดม ศิริสอน และนางแดง ศิริสอน นั้นเป็นผู้ต้องขังชั้นเยี่ยม ได้รับพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ.2562 ลดแล้วปล่อย ตามมาตรา 8 (2) แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา คดีป่าไม้ ได้ลด 1 ใน 3 ของกำหนดโทษ หรือได้ลด 1 ปี 8 เดือน ซึ่งกำหนดเดิมจะพ้นโทษในวันที่ 14 กันยายน 2563

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ปล่อยตัว 2 ผัวเมียคดีลักลอบตัดไม้ หลังได้รับพระราชทานอภัยโทษ

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน