จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่

จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่

จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่

รูปข่าว : จ่อยกเลิก! แอปฯ จาก Google ในสมาร์ตโฟน "Huawei" รุ่นใหม่

สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ย (Huawei) จะไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมของกูเกิ้ล (Google) และอัพเดตแอนดรอยด์ได้ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้เพิ่มบริษัท หัวเว่ย เข้าไปในรายชื่อบัญชีดำทางการค้า

หลังจากสำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานอ้างเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐอเมริกาว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เตรียมลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารห้ามบริษัทสัญชาติอเมริกันใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมจากบริษัทที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ เพื่อปูทางสู่การห้ามทำธุรกิจกับบริษัทหัวเว่ยของจีน

วันนี้ (20 พ.ค.2562) สำนักข่าวบีบีซี รายงานว่า สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ย (Huawei) จะไม่สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันยอดนิยมของกูเกิ้ล (Google) ได้ โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้น หลังจากรัฐบาลสหรัฐอเมริกา โดยนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดี ได้เพิ่มบริษัท หัวเว่ย เข้าไปในรายชื่อ Entity List หรือบัญชีดำทางการค้า ของสำนักงานด้านอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา

สำหรับข้อมูลการระงับความร่วมมือทางธุรกิจของกูเกิ้ล รายงานครั้งแรกโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งหมายความว่า สมาร์ตโฟนของหัวเว่ยจะสูญเสียการอัพเดตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ (Android) เวอร์ชันใหม่จากกูเกิ้ล รวมไปถึงการสนับสนุนฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ใหม่ๆ ด้วย นอกจากนี้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ของหัวเว่ย จะไม่มีแอปพลิเคชันยอดนิยมอย่างยูทูป (YouTube) และแผนที่ (Google map) อีกต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ใช้งานสมาร์ตโฟนหัวเว่ยปัจจุบัน ยังคงสามารถใช้เวอร์ชันของระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มีให้ผ่านทางลิขสิทธิ์แบบเปิด (Open Source) โดย เบน วู้ด ที่ปรึกษา CCS Insight กล่าวว่า การเคลื่อนไหวของกูเกิ้ลครั้งนี้ จะมี "นัยสำคัญต่อธุรกิจผู้บริโภคของหัวเว่ย"

หัวเว่ยออกแถลงการณ์โต้สหรัฐฯ

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 16 พ.ค.ที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ท่าทีของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาผ่านทางเว็บไซต์หัวเว่ย โดยระบุว่า

หัวเว่ยไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจของสำนักงานด้านอุตสาหกรรมและความปลอดภัย (BIS) กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอเมริกา โดยการตัดสินใจในครั้งนี้ ไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย และจะความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมีนัยสำคัญต่อบริษัทสหรัฐฯ ที่เป็นคู่ค้าทางธุรกิจกับหัวเว่ย รวมถึงส่งผลกระทบต่อตำแหน่งงานในสหรัฐฯ อีกหลายหมื่นตำแหน่ง ทั้งยังขัดขวางความร่วมมือที่ดำเนินอยู่และความไว้วางใจซึ่งกันและกันในระบบห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ หัวเว่ยจะหามาตรการเยียวยาโดยทันที รวมถึงหาแนวทางแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้ โดยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อลดผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ผู้นำสหรัฐฯ เตรียมลงนามคำสั่งห้ามใช้อุปกรณ์ "หัวเว่ย"

 

กลับขึ้นด้านบน