ตะลึงพบวัตถุปริศนาคล้าย "ปืนใหญ่โบราณ" จมใกล้เกาะราชาน้อย

ตะลึงพบวัตถุปริศนาคล้าย "ปืนใหญ่โบราณ" จมใกล้เกาะราชาน้อย

ตะลึงพบวัตถุปริศนาคล้าย "ปืนใหญ่โบราณ" จมใกล้เกาะราชาน้อย

รูปข่าว : ตะลึงพบวัตถุปริศนาคล้าย "ปืนใหญ่โบราณ" จมใกล้เกาะราชาน้อย

เทศบาลตำบลราไวย์ จ.ภูเก็ต ประสานกองทัพเรือ กรมศิลปากร เตรียมลงพิสูจน์วัตถุปริศนาคล้ายปืนใหญ่โบราณ และหีบจมทะเลเกาะภูเก็ต บริเวณเกาะราชาน้อย หากพบเป็นปืนใหญ่จริง เตรียมเคลื่อนย้ายเก็บรักษาสมบัติของชาติ

วันนี้ (22 พ.ค.2562) นายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลราไวย์ จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากนาย วรพงศ์ โยธาสุทธิ์ กับตันเรือใบซีแอทต้า ได้พบวัตถุรูปร่างคล้ายปืนใหญ่และหีบ 1 ใบ ซึ่งได้พบเจอปี 2561 จึงได้มาแจ้งแต่ไม่มีใครเชื่อและสนใจ และได้ไปพบอีกครั้งเมื่อวันที่ 18 พ.ค.ที่ผ่านมา

ครั้งนี้จึงได้แจ้งมายังเทศบาลตำบลราไวย์  เมื่อทราบเรื่องทางคณะจึงลงไปสำรวจยังจุดพบเจอคือที่เกาะราชาน้อย เพื่อสำรวจดูว่าเป็นวัตถุชนิดใด

เมื่อไปถึงจึงได้ดำน้ำลงไปสำรวจ ได้พบกับวัตถุที่ได้รับแจ้ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายปืนใหญ่ และหีบ 1 ใบ อยู่บนทราย มีตะใคร่น้ำจับและมีปะการังเกาะอยู่ อยู่ใกล้กับเกาะราชาน้อย

โดยวันนี้ ทางจังหวัดภูเก็ต ทหารเรือ กรมศิลปากร และเทศบาลราไวย์ ลงตรวจสอบพื้นที่อีกครั้งว่า สามารถนำขึ้นมาได้หรือเปล่า เพราะถ้าเป็นของเก่าก็จะไปเก็บไว้เป็นสมบัติของชาติต่อไป

ภาพ : เฟซบุ๊ก อรุณ โสฬส

ภาพ : เฟซบุ๊ก อรุณ โสฬส

 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ สัมภาษณ์นายอรุณ กล่าวว่า จากการดำลงสำรวจด้วยตัวเองสันนิษฐานว่ามีความเป็นไปได้ที่จะเป็นปืนใหญ่โบราณ โดยจุดที่พบอยู่ลึกเพียง 5-6 เมตร บริเวณเกาะราชาน้อย 


โดยลองสัมผัสพบว่าวัถตุดังกล่าวมีขนาดยาวประมาณ 1 เมตร และปลายปากกว้าง 5-6 นิ้ว และจมไปกับทรายประมาณครึ่งหนึ่ง บริเวณข้างๆ ยังมีวัตถุสี่เหลี่ยมคางหมู ลักษณะคล้ายหีบขนาดใหญ่ เพราะถ้าเป็นแผ่นหินจะไม่มีพื้นที่ผิวเรียบ

ทั้งนี้หลังจากลงไปพิสูจน์มาแล้วค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะเป็นปืนใหญ่โบราณ โดยช่วงเย็นหลังจากกรมศิลปากร กองทัพเรือ ลงไปสำรวจข้อมูลอย่างละเอียดน่าจะมีคำตอบ และหากเป็นปืนใหญ่โบราณจริง ก็ต้องมีวางแผนความปลอดภัย เพราะบริเวณนี้เป็นจุดที่มีนักท่องเที่ยวมาดำน้ำดูปะการัง แบบเช้าไปเย็นกลับ ดังนั้นอาจต้องประเมินความปลอดภัยหรือทำสัญลักษณ์

 

ภาพ : เฟซบุ๊ก อรุณ โสฬส

ภาพ : เฟซบุ๊ก อรุณ โสฬส

 

นายกเทศมนตรีเทศบาลราไวย์ กล่าวว่า โดยหลังไปพิสูจน์ด้วยตัวเอง จึงรายงานนายอำเภอ  ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จึงได้ประสานให้กองทัพเรือและทางกรมศิลปากร และเทศบาลราไวย์ ออกไปตรวจสอบตรงจุดนั้นอีกครั้ง

จากคำบอกเล่าของคนเก่าแก่บอกว่าบริเวณทะเลภูเก็ต เคยใช้เป็นเส้นทางเดินเรือรบสมัยสงคราม เพราะลักษณะกระบอกปืนที่จมอยู่เทียบกับภาพน่าจะเป็นปืนใหญ่ที่ติดกับเรือ ทั้งนี้ต้องรอคำตอบว่าใช่หรือไม่ ใช่ เพื่อวางแผนขั้นต่อไปว่ามีความแข็งแรง และปลอดภัยที่จะเคลื่อนย้ายขึ้นมาได้หรือไม่ เพราะถ้าเป็นปืนใหญ่ ต้องนำขึ้นจากทะเลมาเก็บในพิพิธภัณฑ์ต่อไป 

 

ภาพ : เฟซบุ๊ก อรุณ โสฬส

ภาพ : เฟซบุ๊ก อรุณ โสฬส

กลับขึ้นด้านบน