เอกชนเสนอรัฐตั้งวอร์รูมรับมือสงครามการค้า

เอกชนเสนอรัฐตั้งวอร์รูมรับมือสงครามการค้า

เอกชนเสนอรัฐตั้งวอร์รูมรับมือสงครามการค้า

รูปข่าว : เอกชนเสนอรัฐตั้งวอร์รูมรับมือสงครามการค้า

จากปัญหาสงครามการค้าที่รุนแรงขึ้น ทำให้ภาคเอกชนเสนอรัฐบาลใหม่ตั้งวอร์รูมพร้อมรับมือสงครามการค้า ดูผลกระทบรายอุตสาหกรรม เนื่องจากกังวลว่าปัญหาที่เกิดขึ้นจะฉุดส่งออกปีนี้ไม่เติบโต

วันนี้ (24 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ในฐานะประธานคณะทำงานศึกษาผลกระทบสงครามการค้าสหรัฐฯ และจีน ยอมรับว่า ปัญหาสงครามการค้าเริ่มกระทบคำสั่งซื้อสินค้าในหลายรายการ เช่น อุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาผลกระทบที่ชัดเจนทั้ง 45 กลุ่มอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีว่ามีผลกระทบรุนแรงมากน้อยแค่ไหน จึงต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับมือภาคเอกชน จัดตั้งวอร์รูมเพื่อศึกษาผลกระทบและวางมาตรการรับมือ ช่วยเหลือผู้ประกอบการไทยร่วมกันให้เร็วที่สุด

นอกจากนี้ยังขอให้รัฐบาลเดินหน้าเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศต่างๆ เพิ่มขึ้น เพราะขณะนี้ไทยแพ้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ที่ได้เปรียบทางการค้า เนื่องจากอยู่ในกลุ่ม "CPTPP" หรือ ข้อตกลงความครอบคลุมและก้าวหน้าเพื่อหุ้นส่วนการค้าภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิกกับสหรัฐฯ และยังได้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรจากสหภาพยุโรปด้วย

ด้านนายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน กรรมการสถาบันยานยนต์ ยอมรับว่า ผลกระทบของสงครามการค้าต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ ส่งผลยอดส่งออกช่วง 4 เดือนแรกลดลงร้อยละ 0.25 จากประเทศคู่ค้าของไทยลดปริมาณสั่งซื้อ โดยเฉพาะตลาดออสเตรเลียที่มีผลกระทบค่อนข้างมากจากสงครามการค้า

ทั้งนี้ในระยะยาว อุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์จะต้องปรับตัว จากปัจจุบันเป็นบริษัทรับจ้างผลิตชิ้นส่วน มาสู่การผลิตสินค้าขั้นกลางที่ใช้นวัตกรรม มีแบรนด์เป็นของตนเอง

 

กลับขึ้นด้านบน