1 ปี ผ่าคดีทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ? พิจิตร

1 ปี ผ่าคดีทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ? พิจิตร

1 ปี ผ่าคดีทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ? พิจิตร

รูปข่าว : 1 ปี ผ่าคดีทุจริตอาหารกลางวันเด็ก ? พิจิตร

ผ่านไป 1 ปี การตรวจสอบความผิดปกติเรื่องร้องเรียนอาหารกลางวันเด็กนักเรียน จ.พิจิตร ป.ป.ช.ยังคงเดินหน้าสอบสวนอย่างเต็มที่ ขณะที่ผู้ร้องเรียนถูกเทศบาลตั้งกรรมสอบวินัย

ผ่านไป 1 ปี  กลับมาทำข่าวที่ จ.พิจิตร อีกครั้ง

 

 

เหตุการณ์ทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียนใน จ.พิจิตร ได้สร้างความสนใจกับสังคมอย่างกว้างขวางผ่านไปกว่า 1 ปี ปี คดีบางส่วนเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ขณะที่ในบางมุมยังไม่มีความคืบหน้าเท่าใดนัก วันนี้ ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส ได้ลงพื้นที่ จ.พิจิตร อีกครั้ง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว ในหลายแง่มุมโดยเฉพาะในมุมของนายธัชธรรม ศรีทา อาจารย์ผู้ร้องเรียนความไม่ปกติครั้งนี้ที่กำลังเผชิญปัญหาหลายเรื่อง


สิ่งที่ผู้ร้องเรียน ต้องเผชิญ ?


มุมของ อ.ธัชธรรม ศรีทา "ร้องเรียนความผิดปกติ" ต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ?

 

 

นายธัชธรรม ศรีทา ผู้ร้องเรียนความผิดปกติต่อสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการุทจิรตแห่งชาต (ป.ป.ช.) และแจ้งเบาะแสต่อไทยพีบีเอสในการเปิดโปงความผิดปกติโครงการจัดซื้ออาหารกลางวันเด็ก ขณะนี้ได้ถูกเทศบาลเมืองตะพานหิน (เจ้าของงบประมาณอาหารกลางวัน) จ.พิจิตร สั่งย้ายออกจากโรงเรียนเดิมให้ไปนั่งทำงานที่เทศบาลเมืองตะพานหิน โดยไม่มอบหมายงานให้ทำอย่างจริงจัง

 

 

นอกจากนี้ นายธัชธรรม ได้ถูกผู้อำนวยการโรงเรียนฟ้องกลับในข้อหาหมิ่นประมาทพร้อมเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 300,000 บาท หลังจากนายธัชธรรมร้องให้ตรวจสอบผู้อำนวยการโรงเรียน

 

 

ขณะที่ บริเวณหน้าบ้านของนายธัชธรรม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ติดตั้ง "ตู้แดง" และแวะเวียนมาช่วยรักษาความปลอดภัยให้ที่บ้าน หลังจากพบรถปริศนามาขับเวียนเวียนอยู่บริเวณหน้าบ้าน ซึ่งการใช้ชีวิตต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น

 

 

รวมถึงบันทึกผลการสอบสวนของเทศบาลตะพานหิน (เจ้าของงบประมาณโครงการอาหารกลางวันนักเรียนมัธยม) ที่แจ้งให้เจ้าตัวทราบ ลงวันที่ 10 พ.ค.62 สรุปว่า นายธัชธรรม มีความผิดวินัยแต่ไม่ร้ายแรง โดยเหตุผลที่เอาผิดวินัยนายธัชธรรม โดยอ้างว่า นายธัชธรรมพบความผิดปกติแล้วแต่ไม่แจ้งให้ผู้อำนวยการโรงเรียนทราบภายใน 3 วัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวนายธัชธรรมชี้แจงว่า ได้แจ้งให้ทราบแล้วแต่ไม่มีการแก้ปัญหา จากนั้นจึงมีคำสั่งให้นายธัชธรรม พ้นจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ วัตถุดิบอาหารเด็กด้วย

ผอ.โรงเรียนยืนยัน ไม่ทุจริต


ด้านผู้อำนวยการโรงเรียนสถานะปัจจุบัน มีคำสั่งจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยืมตัวมาช่วยราชการ ประจำที่ศาลาว่าการจังหวัดพิจิตร ตั้งแต่ เดือน ก.ค.ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบัน (ตามคำสั่งของ ผู้ว่าราชการพิจิตรคนก่อน ที่ให้ย้ายออกจากโรงเรียนต้นสังกัด เพื่อเปิดทางการสอบสวน ทั้งของ ป.ป.ช. และ เทศบาล

 

 

ย้อนไปขณะนั้น หลังมีคำสั่งให้ผู้อำนวยการไปช่วยราชการ 1 วัน ทางผู้อำนวยการและครูกว่า 10 คน ได้เดินทางเข้าไปโรงเรียนในยามวิกาล ช่วงเวลาประมาณ 21.00 น. ถึงราว 24.00 น. ทำให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ต้องรุดไปตรวจสอบและแจ้งความไว้ที่สถานีตำรวจ เพราะเกรงว่าจะมีผลต่อเอกสารต่าง ๆ และหลักฐานในโครงการอาหารกลางวัน โดยขณะนั้น สามีของ ผู้อำนวยการโรงเรียนได้เดินทางไปที่โรงเรียนด้วย พร้อมชี้แจงสั้น ๆ กับทีมข่าวไทยพีบีเอสว่า เข้าไปโรงเรียนเพราะเตรียมตัวแถลงข่าวกับสื่อมวลชนในวันรุ่งขึ้น

 

 

วันรุ่งขึ้น ผู้อำนวยการโรงเรียนได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวโดยแจ้งกับสื่อท้องถิ่นบางสำนัก แต่ไม่แจ้งให้ทีมข่าวไทยพีบีเอสทราบ ซึ่งขณะนั้นผู้สื่อข่าวอยู่ในพื้นที่และในเมื่อคืนที่ผ่านมา ผู้อำนวยการโรงเรียนก็ได้พบกับผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส แต่กลับปฏิเสธการให้สัมภาษณ์เมื่อผู้สื่อข่าวขอสัมภาษณ์ แต่ท้ายที่สุดผู้สื่อข่าวก็เดินทางไปทันการแถลงข่าวในเช้าวันถัดมา

กระทั่งปลายปีที่แล้วจนถึงปัจจุบัน มีกระแสข่าวเป็นระยะว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนขอทำเรื่องย้ายกลับไปที่โรงเรียนต้นสังกัด

ล่าสุดผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนายสมศักดิ์ จันทรสมบัติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร แล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยยังยืนยันว่า ยังไม่ให้กลับเนื่องจากต้องการรอให้กระบวนการสอบสวนของ ป.ป.ช. และ เทศบาลเรียบร้อยก่อน

 

 

ทั้งนี้ ในช่วงแรก ผู้อำนวยการโรงเรียนยืนยันกับผู้สื่อข่าวว่า ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องแต่ต่อมาปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับไทยพีบีเอส ทั้งกรณีการถูก ป.ป.ช.ตรวจสอบและการขอทำเรื่องย้ายกลับไปต้นสังกัด ล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังผู้อำนวยการ แต่ไม่รับโทรศัพท์


ป.ป.ช.พิจิตร เดินหน้าสอบ

หลังจากไทยพีบีเอสเสนอข่าวการทุจริตอาหารกลางวันเด็กนักเรียนตั้งแต่ช่วงปลาย พ.ค.61 ที่ผ่านมาหรือผ่านมาเกือบ 1 ปี

 

 

ด้าน ป.ป.ช.พิจิตร ซึ่งทำงานคู่ขนานในการตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้วได้เดินหน้าเชิงรุก ลงพื้นที่สอบปากคำ 3 กลุ่มหลัก ทั้งกลุ่มครูที่เกี่ยวข้อง กลุ่มเทศบาล ที่เป็นต้นสังกัดของโรงเรียน และกลุ่มผู้ค้า จำนวนเกือบ 20 คน

จากนั้น ป.ป.ช.พิจิตร ได้สรุปข้อมูลในชั้น "แสวงหาข้อเท็จจริง" ครบถ้วนแล้ว จึงส่งสำนวนตรงมาที่ส่วนกลาง ให้ ป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา เมื่อ ต.ค.2561 ต่อมา ป.ป.ช.ชุดใหญ่ เพิ่งมีมติไม่นานมานี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ค.2562 ให้เดินหน้า "ตั้งคณะไต่สวน" และส่งเรื่องกลับมาให้ ป.ป.ช.พิจิตร เดินหน้าในชั้นไต่สวนต่อได้

นายณัฐวุฒิ ทรงประดิษฐ์ ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.พิจิตร คาดว่า ป.ป.ช.จะเดินหน้าอย่างต่อเนื่องโดยจะนัดประชุมคณะทำงานไต่สวนสัปดาห์นี้ และคาดว่าจะสามารถแจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลเกี่ยวข้องได้ภายใน 30 วัน จากนั้นจะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหา ชี้แจงโดยใช้ระยะเวลากระบวนการนี้อย่างช้าไม่เกิน 3 เดือน หรืออย่างเร็วภายใน 1 เดือน - 1 เดือนครึ่ง

 

เทศบาลฯสอบ "ธัชธรรม"

ขณะที่ ฝ่ายเทศบาลเมืองตะพานหิน เจ้าของงบประมาณอาหารกลางวัน หลังไทยพีบีเอส เปิดโปงความผิดปกติโครงการอาหารกลางวัน เมื่อปลายเดือน พ ค.2561 ผ่านไป 4 เดือน เทศบาลเมืองตะพานหินจึงเชิญนายธัชธรรม ผู้ร้องเรียนไปให้ปากคำนัดแรก ทั้งนี้การเรียกนายธัชธรรมไปชี้แจง หลังจากที่ผู้ว่าฯพิจิตรพบว่า ทางเทศบาลเมืองตะพานหินไม่ดำเนินการสอบสวน ทั้งที่นายธัชธรรม ร้องเรียนให้ดำเนินการสอบสวนนานแล้ว ทางเทศบาลจึงเริ่มการสอบสวน

 

 

จากนั้น ระยะเวลาผ่านไปอีกกว่า 8 เดือนคือ ตั้งแต่ ก.ย.2561 - พ.ค.2562 ความเคลื่อนไหวที่สังคมต้องการรับรู้ยังคงไม่ได้รับการเปิดเผยจากฝ่ายเทศบาลเมืองตะพานหินอย่างชัดเจน

ไทยพีบีเอสได้เคยติดต่อขอสัมภาษณ์เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนเป็นระยะ ตั้งแต่ยุคที่ ทีมผู้บริหารเทศบาลยังนั่งรักษาการ ตามคำสั่งมาตรา 44 จนถึงขณะนี้ ผู้บริหารหลายคนได้ถูกดำเนินคดีทุจริตในคดีอื่นภายในพื้นที่จนพ้นตำแหน่งไปแล้ว แต่เรื่องความผิดปกติโครงการอาหารกลางวันเด็กที่เทศบาลฯเป็นเจ้าของงบประมาณปีละกว่า 3 ล้านบาทก็ยังไม่ได้ความชัดเจน และปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ต่อไทยพีบีเอส ทุกครั้ง

 

 

การเริ่มต้นสอบของเทศบาลฯเมื่อ 8 เดือนก่อน จนถึงตอนนี้เทศบาลฯอ้างว่า ยังสอบข้อเท็จจริงไม่แล้วเสร็จ และขยายเวลาสอบสวนไปถึงวันที่ 25 พ.ค.2562 ส่วนการตั้งสอบสวนทางวินัยยังไม่เสร็จเช่นกัน โดยรอผู้ถูกสอบทางวินัย ชี้แจงข้อกล่าวหา ซึ่งนายธัชธรรมเป็นหนึ่งในผู้ถูกสอบวินัย ขณะที่บุคคลอื่นถูกสอบสวนทางวินัยยังไม่มีข้อมูลเนื่องจากเทศบาลเมืองตะพานหินไม่ขอเปิดเผย แต่แจ้งว่าจะขอเปิดเผยภายหลังเมื่อได้ได้ข้อสรุป

ทั้งนี้ สิ่งที่นายธัชธรรม ได้ตั้งข้อสังเกตคือ เทศบาลฯได้เคยขยายผลสอบสวนหรือไม่ว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะวัตถุดิบ ที่ต้องจัดหาให้เด็กนักเรียนในแต่ละวันจำนวน 47 รายการ นั้นไม่มีของให้ตรวจรับแม้แต่รายการเดียว และวัตถุดิบเหล่านี้หายไปไหน ? แต่เงินกลับถูกเบิกจ่ายครบเต็มจำนวน รวมถึงวัตถุดิบสำหรับประกอบอาหารกลางวันสำหรับนักเรียนชั้นประถม วัตถุดิบถูกส่งมาไม่ครบถ้วนตามใบสั่งซื้อของโรงเรียนแต่เงินก็ถูกเบิกครบเต็มจำนวนเช่นกัน

 

 

มาถึงวันนี้ ผู้ร้องเรียนซึ่งเป็นผู้ที่พบความผิดปกติ ต้องหาหลักฐานด้วยการจัดหาตราชั่งไปชั่งน้ำหนักเอง โดยมีครูและแม่ครัวช่วยเป็นพยาน กลับถูกตั้งกรรมการสอบวินัยจาก หน่วยงานที่เป็นเจ้าของงบประมาณอย่างเทศบาลเมืองตะพานหิน แต่การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ของนายธัชธรรม ทำให้ ป.ป.ช จะกันตัวไว้เป็นพยาน

 

 

จากนี้ ต้องรอผลการสอบเชิงรุกของ ป.ป.ช.พิจิตร ที่เดินหน้ากันเต็มที่ แม้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งของ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวข้องในสำนวนโดยตรงจะถูกย้ายไปอยู่ จ.นครพนม แล้ว แต่เจ้าหน้าที่คนอื่น รวมถึง ผู้อำนวยการ ป.ป.ช.พิจิตร ยังยืนยันจะเดินหน้าเต็มที่ ตามหลักฐานและข้อกฏหมายที่อยู่ในอำนาจพิจารณาของ ป.ป.ช.

 

อ่านข่าวเพิ่มเติม 

 

โกงงบฯ อาหารกลางวัน? เด็กนักเรียน จ.พิจิตร 

 

ผู้ว่าฯ พิจิตร สั่งเด้งผอ.ร.ร.โกงงบอาหารกลางวันเด็กมีผล 14 มิ.ย.นี้ 

 

ป.ป.ช.สรุปผลสอบ 10 คนเอี่ยวทุจริตงบ “อาหารกลางวัน” 

 

เปิดใจ "ธัชธรรม ศรีทา” สายลับจับโกงอาหารกลางวัน

 

ชำแหละ ! 47 วัตถุดิบเมนูล่องหน

 

 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน