ยาแรง ! เปิดบทลงโทษ กม.อุทยานฉบับใหม่อีก 180 วันบังคับใช้

ยาแรง ! เปิดบทลงโทษ กม.อุทยานฉบับใหม่อีก 180 วันบังคับใช้

ยาแรง ! เปิดบทลงโทษ กม.อุทยานฉบับใหม่อีก 180 วันบังคับใช้

รูปข่าว : ยาแรง ! เปิดบทลงโทษ กม.อุทยานฉบับใหม่อีก 180 วันบังคับใช้

ราชกิจจานุเบกษา ประกาศพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 ฉบับใหม่ เพิ่มบทลงโทษป้องกันการบุกรุกป่า จำคุกตั้งแต่ 4-20 ปีหรือปรับตั้งแต่ 400,000 -2,000,000 บาท พร้อมอนุญาตให้คนอยู่ในป่าตามเงื่อนไข 20 ปี ส่วนเก็บของป่าต้องขึ้นทะเบียน -เพิ่มสวัสดิการเจ้าหน้าที่

วานนี้ (29 พ.ค.2562) เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ประกาศ พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2562 โดยเหตุผลในการแก้ไขพระราชบัญญัตินี้ มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 26 ประกอบกับมาตรา 28 มาตรา 33 มาตรา 37 และมาตรา 40 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้

โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย เพื่อให้การสงวน อนุรักษ์ คุ้มครองและบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษ ศาสตร์ และสวนรุกขชาติ และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพ ในพื้นที่ดังกล่าวให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน ทั้งนี้จะมีผลบังคับใช้ใน 180 วันนับแต่วันประกาศนี้  สาระสำคัญของบางมาตรา มีดังนี้ 

มาตรา 30  ให้แบ่งเงินในอัตราไม่เกินร้อยละ 10 ของเงินที่เรียกเก็บได้ตามมาตรา 29 แก่เทศบาลหรือองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) อันเป็นที่ตั้งของอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์หรือสวนรุกขชาติแห่งนั้น เพื่อนำไปใช้ในการส่งเสริมและสนับสนุนการปฏิบัติงาน หรือการอนุรักษ์ บำรุงรักษา และฟื้นฟูอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติที่อยู่ในเขตพื้นที่
ที่รับผิดชอบ 

มาตรา 32  เงินเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบำรุงรักษาอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานสวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติตามมาตรา 31 ให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช นำไปใช้จ่ายเงินสวัสดิการหรือเงินช่วยเหลือให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ หรืออาสาสมัครที่ได้รับอันตราย บาดเจ็บ เสียชีวิต หรือเป็นเงินช่วยเหลือในการต่อสู้คดีจากการปฏิบัติหน้าที่ใน

มาตรา 40  ผู้ใดกระทำการหรืองดเว้นกระทำการไม่ว่าจงใจ หรือประมาทเลินเล่อโดยมิชอบด้วยกฎหมาย และก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานสวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ ผู้นั้นต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไปนั้นมีการกำหนดให้ผู้ที่กระทำความเสียหายให้กับทรัพยากร ต้องชดใช้ค่าเสียหาย ซึ่งรวมไปถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการฟื้นฟูการบุกรุกทำลายนั้น

 

เพิ่มบทลงโทษแรงขึ้นจำคุกสูงสุด 20 ปีปรับเงิน 2 ล้าน

มาตรา 41 ผู้ใดยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิมในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยานสวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 19 (1) ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปีหรือปรับตั้งแต่ 400,000 -2,000,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ในกรณีความผิดตามวรรค 1

ถ้าได้กระทำในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 หรือพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 2 ตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด หรือพื้นที่เปราะบางของระบบนิเวศหรือความหลากหลายทางชีวภาพ ผู้กระทำต้องระวางโทษหนักกว่าโทษที่กฎหมายบัญญัติไว้ในวรรคหนึ่งกึ่งหนึ่ง

มาตรา 42 ผู้ใดเก็บหา นำออกไป กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตราย หรือทำ ให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ ดิน หิน กรวด ทราย แร่ ปิโตรเลียม หรือทรัพยากรธรรมชาติอื่น หรือกระทำการอื่นใดอันส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกษศาสตร์ หรือสวนรุกขชาติ อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 19  (2) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ในกรณีความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำแก่ทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลและมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 2,000 บาท ผู้กระทำต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท 
ในกรณีความผิดตามวรรคหนึ่ง ถ้าเป็นการกระทำที่ได้ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ไม้ที่เป็นต้น หรือเป็นท่อนอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างรวมกันเกิน 20 ต้นหรือท่อน หรือรวมปริมาตรไม้ เกิน 4 ลูก บาศก์เมตร ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4-20 ปี และปรับตั้งแต่ 400,000 -2,000,000 บาท

มาตรา 43  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19  (3) หรือ (4) ต้องระวางโทษไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตรา 44  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 (4) (6) (8) หรือ (9) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 
ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับบาท 

มาตรา 45 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 (7) ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่ง 10,000 บาท

มาตรา 46  ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 19 (10) ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน
300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าหน้าที่คุก 6 เดือนปรับไม่เกิน 5 หมื่นบาท

มาตรา 49 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 35 (1) ต้องระวางโทษ
จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้นั้นยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 หมื่นบาท จนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

มาตรา 50  ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 35 (2) ต้องระวางโทษ
จำคุกตั้งแต่ 1 -3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากต้องระวางโทษตามวรรคหนึ่งแล้ว ผู้นั้นยังต้องระวางโทษปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาทจนกว่าจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้อง

 

 

มาตรา 55 ในกรณีที่มีผู้นำจับผู้กระทำความผิดตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานอัยการ ร้องขอต่อศาล และให้ศาลมีอำนาจพิพากษาให้จ่ายเงินสินบนนำจับแก่ผู้นำจับเป็นจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนเงินค่าปรับตามคำพิพากษาโดยจ่ายจากเงินค่าปรับที่ชำระต่อศาล

ถ้าผู้กระทำความผิดไม่ชำระเงินค่าปรับหรือชำระไม่ถึงจำนวนที่จะต้องจ่ายค่าสินบนนำจับได้ครบถ้วน ให้จ่ายเงินสินบนนำจับที่ยังจะต้องจ่ายจากเงินค่าขายของกลางที่ศาลสั่งให้ริบ ถ้ายังขาดอยู่อีกก็ให้เป็นพับไป ในกรณีที่มีผู้นำจับหลายคนให้แบ่งเงินสินบนนำจับให้คนละเท่าๆ กันการจ่ายเงินสินบนนำจับจะจ่ายได้เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว

เก็บหาของป่าต้องขึ้นทะเบียน-กำหนดใช้ประโยชน์ 20 ปี

มาตรา 65 เพื่อประโยชน์ในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู บำรุงรักษา และควบคุมการใช้ประโยชน์ซึ่งทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในอุทยานแห่งชาติ ให้กรมอุทยานแห่งชาติ สำรวจข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับประเภทและชนิดของทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ในอุทยานแห่งชาติที่ได้ประกาศกำหนดโดยพระราชกฤษฎีกาก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้แล้วเสร็จภายใน 240 วันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ

ในกรณีที่กรมอุทยานแห่งชาติเห็นว่าพื้นที่ในอุทยานแห่งชาติตามวรรคหนึ่งแห่งใด มีทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาล ที่มีศักยภาพเหมาะสม และเพียงพอในการเก็บหาหรือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาตินั้นโดยไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพธรรมชาติสัตว์ป่า ความหลากหลายทางชีวภาพ และระบบนิเวศ

 

และกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาการดำรงชีพตามวิถีชุมชน หรือวิถีชีวิตดั้งเดิมที่อยู่โดยรอบบริเวณอุทยานแห่งชาติดังกล่าว ให้กรมอุทยานแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการเสนอรัฐมนตรี เพื่อจัดทำโครงการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนในอุทยานแห่งชาตินั้นเป็นประกาศกระทรวง เสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อให้ความเห็นชอบ

ให้มีแผนที่แสดงแนวเขตโครงการ ด้วยระบบภูมิสารสนเทศหรือระบบอื่น ที่มีลักษณะใกล้เคียงแนบท้ายประกาศกระทรวง เพื่อประโยชน์ในการควบคุมและลดการพึ่งพิงการทรัพยากรในอุทยานแห่งชาติ โครงการอนุรักษ์และการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืนที่จะทำภายใต้ประกาศกระทรวงตามวรรค 2 ให้มีระยะเวลาไม่เกิน 20 ปี

และจะต้องสอดคล้องกับนโยบายการจัดการอุทยานแห่งชาติ และแผนการบริหารจัดการพื้นที่อุทยานแห่งชาติแห่งนั้น เกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณา และคุณสมบัติของบุคคลที่จะได้รับอนุญาตภายใต้โครงการที่ หน้าที่ของบุคคลที่ได้รับอนุญาตในการอนุรักษ์ ฟื้นฟู ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ระบบนิเวศ และความหลากหลายทางชีวภาพภายในเขตพื้นที่ดำเนินโครงการ ประเภท ชนิด จำนวน หรือปริมาณของทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลที่อนุญาตให้เก็บหา หรือใช้ประโยชน์ ช่วงระยะเวลาดำเนินการที่เหมาะสม 

 

มาตรการตรวจสอบและควบคุมผลกระทบ และการฟื้นฟูสภาพพื้นที่ หรือทรัพยากรธรรมชาติ หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการอนุญาตการเก็บหาหรือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ และการสิ้นสุดการอนุญาต มาตรการในการกำกับดูแล การตรวจสอบ

การติดตาม การควบคุมผลกระทบและการฟื้นฟูสภาพพื้นที่หรือทรัพยากรธรรมชาติ และการประเมินผล
การดำเนินโครงการ และแนวทางในการลดการพึ่งพิงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าวในเขตพื้นที่
ดำเนินโครงการ 

การเก็บหาหรือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติที่สามารถเกิดใหม่ทดแทนได้ตามฤดูกาลของบุคคลที่ได้รับอนุญาตในเขตพื้นที่โครงการตามประกาศกระทรวงที่ออกตามมาตรานี้

หากเป็นการเก็บหาหรือการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติตามประเภท ชนิด และจำนวนตามที่ได้รับอนุญาต และเป็นไปเพื่อการดำรงชีพอย่างเป็นปกติธุระ และได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบที่อธิบดีกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการแล้ว ผู้นั้นไม่ต้องรับโทษ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ถอดรหัส ร่างพ.ร.บ.อุทยานฉบับใหม่ โทษแรงจำคุก 5 ปีปรับ 5 แสน

กลับขึ้นด้านบน