สธ.สั่งตรวจสอบใช้น้ำมันกัญชารักษาเอชไอวี

สธ.สั่งตรวจสอบใช้น้ำมันกัญชารักษาเอชไอวี

สธ.สั่งตรวจสอบใช้น้ำมันกัญชารักษาเอชไอวี

รูปข่าว : สธ.สั่งตรวจสอบใช้น้ำมันกัญชารักษาเอชไอวี

รมว.สาธารณสุข สั่งให้ตรวจสอบน้ำมันกัญชาสามารถใช้รักษาโรคเอดส์ได้หรือไม่ หลังมีกรณีสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ จ.เพชรบูรณ์ ติดเชื้อเอชไอวีมานานกว่า 20 ปี แต่อาการดีขึ้น หลังใช้น้ำมันกัญชาไปเพียง 24 วัน ยืนยันไม่ได้จับผิด หากใช้ได้จริงจะเป็นประโยชน์ต่อไป

วันนี้ (30 พ.ค.2562) นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเพชรบูรณ์ หรือสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริง จากกรณีมีรายงานข่าวว่าสามีภรรยาคู่หนึ่งที่ ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ติดเชื้อเอชไอวี มากว่า 20 ปี โดยภรรยาป่วยระยะสุดท้าย นอนไม่ได้สติ ทั้งคู่เคยเข้ารับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แต่อาการไม่ดีขึ้น โดยเฉพาะภรรยาอาการทรุดหนัก จากร่างกายไม่ตอบสนองใดๆ แต่หลังจากพยาบาลวิชาชีพแนะนำให้ทดลองใช้น้ำมันสกัดจากกัญชาได้เพียง 9 วัน อาการก็ดีขึ้นเริ่มขยับตัวได้ และจนถึงวันนี้ใช้มาได้ 24 วัน สามารถลุกขึ้นนั่งพูดคุยโต้ตอบเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้ โดยยืนยันว่า ไม่ได้ให้ลงไปเพื่อจับผิด แต่จะไปดูว่าจริงหรือไม่ หากจริงคงเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อไป

 

 

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า ที่ผ่านมา ไม่เคยมีรายงานในโลกว่ากัญชารักษาเอชไอวีได้ ส่วนใหญ่การใช้กัญชาจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการบรรเทาอาการที่เกิดจากโรคมากกว่า ไม่ใช่การรักษาโรคโดยตรง อาทิ อาการปวด แล้วน้ำมันกัญชาที่ไม่ได้เอามาตรวจสอบค่าสารสำคัญก็ยังบอกอะไรไม่ได้ เพราะแต่ละขวดมีปริมาณสารสำคัญแตกต่างกัน

ด้าน นพ.ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลว่าน้ำมันกัญชา สามารถลดเชื้อเอชไอวีได้หรือไม่ ทั้งนี้ เชื่อว่าการได้รับน้ำมันกัญชาน่าจะ ทำให้ร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้น แต่ขณะนี้ยังยืนยันว่ายาอะไรก็ไม่ดีเท่ากับยาต้านเชื้อเอชไอวี ที่ไทยแจกฟรีในขณะนี้ โดยขอเตือนผู้ที่ติดเชื้อฯ ว่าอย่าไปเชื่อเรื่องการใช้สมุนไพรรักษาโรค จนทิ้งการรักษาหลักหรือไม่รับประทานยา เพราะอาจจะเป็นภัยกับทั้งตัวของผู้ป่วยและภรรยาเอง

 

 

นายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ประเทศไทย กล่าวว่า กัญชาไม่ใช่ยาครอบจักรวาล กรณีมีข่าวที่เพชรบูรณ์นั้นที่บอกว่า ถ้าผลตรวจเป็นลบ ต้องดูว่าที่ผ่านมาเขารักษาด้วยยาต้านไวรัสจนสามารถกดเชื้อเอชไอวีต่ำมากๆ หรือไม่ อีกประเด็นก็คือ ไม่รู้ว่าที่นอนติดเตียงเพราะป่วยเป็นโรคฉวยโอกาสอื่นๆ หรือไม่ ต้องแยกแยะการใช้น้ำมันกัญชาที่อาการดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับเอชไอวี

ปัจจุบัน การรักษาเอชไอวีที่เป็นมาตรฐานทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยคือการรับยาต้านไวรัสให้เร็วที่สุด ดังนั้นขอ ผู้ติดเชื้อฯ อย่าผลีผลาม หากทิ้งการรักษา ด้วยยาต้านไวรัสฯ หันไปพึ่งการรักษาทางเลือกที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ อาจจะทำให้เสี่ยงเกิดการดื้อยา รักษายาก

สำหรับสองสามีภรรยาคู่นี้ อยู่ที่ ต.พุทธบาท อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ โดยสามี อายุ 48 ปี ป่วยเป็นโรคเอดส์ มานานหลายปีแล้ว และได้ดูแลภรรยา อายุ 63 ปี ที่ป่วยติดเชื้อ HIV เช่นเดียวกัน แต่ทว่าภรรยามีอาการที่รุนแรงหนักมากกว่า โรงพยาบาลจึงให้กลับมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ต่อมา นางอมรรัตน์ เสนานุช ผู้อำนวยการกองสาธารณสุข อบต.พุทธบาท ได้ออกตรวจมาพบ จึงให้ทดลองใช้น้ำมันสกัดจากกัญชา จนมีอาการดีขึ้น สามารถทานข้าว
และลุกขึ้นนั่งได้ หลังจากใช้มา 24 วัน

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

“น้ำมันกัญชา” ช่วยผู้ป่วย HIV ระยะสุดท้ายอาการดีขึ้น 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน