"บุหรี่" ภัยเงียบคร่าชีวิต กระตุ้นภาวะหัวใจวาย

"บุหรี่" ภัยเงียบคร่าชีวิต กระตุ้นภาวะหัวใจวาย

"บุหรี่" ภัยเงียบคร่าชีวิต กระตุ้นภาวะหัวใจวาย

รูปข่าว : "บุหรี่" ภัยเงียบคร่าชีวิต กระตุ้นภาวะหัวใจวาย

แม้ว่าตัวเลขผู้สูบบุหรี่ในไทยจะลดลงกว่าในอดีตช่วง 20 ปีที่ผ่านมา แต่กลับพบว่ามีบุคลากรสำคัญในหลายด้านที่ต้องสูญเสียไปด้วยภัยเงียบที่เกิดจากบุหรี่ โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองที่เป็นผลจากการสูบบุหรี่โดยตรง กระตุ้นให้เกิดภาวะหัวใจวายกะทันหัน

วันนี้ (31 พ.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นพ.อรรถภูมิ สู่ศุภอรรถ ศัลยแพทย์หัวใจและทรวงอก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ ระบุว่า ภาวะการติดบุหรี่ ทำให้ผู้ป่วยมีอาการหลอดเลือดโป่งพองมากขึ้น โดยเฉพาะผู้สูบบุหรี่ที่ได้รับสารนิโคตินและสารพิษอื่นๆ ที่ส่งผลให้หลอดเลือดแดงตีบตัน ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตายหรือเกิดภาวะหัวใจวายกะทันหันได้ตลอด ดังนั้น ที่ผ่านมาจึงจะเห็นการสูญเสียบุคลากรสำคัญของประเทศที่มีอายุเพียงไม่มากนัก ไม่ใช่เพียงแค่เป็นภาวะหัวใจวาย แต่จริงๆ หลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพอง และเกิดภาวะกะทันหันก็ทำให้สูญเสียชีวิตได้เช่นกัน


นพ.อรรถภูมิ ยังให้ข้อแนะนำสำหรับการแก้ปัญหาโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดแดงโป่งพองว่าการที่จะลดภาวะของโรคนี้ให้ได้คือคนอายุน้อยควรหลีกเลี่ยง เสพติดบุหรี่ ส่วนผู้ที่ติดบุหรี่ไปแล้ว ก็ควรจะหลีกเลี่ยง การสูบบุหรี่ให้ลดน้อยลงและนึกถึงผู้อื่นให้มากขึ้นเพื่อลดภาวะการป่วยด้วยโรคควันบุหรี่มือสอง


นอกจากนี้ การเลิกบุหรี่ในปัจจุบันก็มีพัฒนาการมากขึ้น และควรหมั่นตรวจคัดกรองสุขภาพประจำปี ด้วยเครื่องอัลตร้าซาวด์ เพราะจะช่วยลดภาวะ โรคหลอดเลือดแดงใหญ่โป่งพองที่อาจนำมาสู่การเกิดภาวะหัวใจวายได้ในอนาคต

"พล.อ.เปรม" ผู้ริเริ่มวันงดสูบบุหรี่ในไทย

 ทั้งนี้ วันที่ 31 พ.ค.2531 เป็นปีแรกของการรณรงค์งดสูบบุหรี่ของประเทศไทย เพิ่มขนาดนั้น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษท่านเป็นผู้ริเริ่ม ห้ามการสูบบุหรี่รัฐบาลประชุม ครม.และขยายต่อมาจนถึงสถานที่ราชการต่างๆ 


ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวในเวทีการจัดงานวันงดสูบบุหรี่โลก ที่กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 27 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังการอสัญกรรมของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ โดยระบุว่า พล.อ.เปรม เป็นคนสั่งห้ามสูบบุหรี่ในทำเนียบรัฐบาลทั้งหมด และเป็นต้นกำเนิดของวันงดสูบบุหรี่ โดยให้คำนึงถึงสุขภาพเป็นสำคัญ จนขยายต่อไปถึงสถานที่ราชการอื่นๆ 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

WHO เผยบุหรี่คร่าชีวิตทั่วโลก 8 ล้านคนต่อปี

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน