ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นภาษีกดดันเม็กซิโกจัดการปัญหาผู้อพยพ

ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นภาษีกดดันเม็กซิโกจัดการปัญหาผู้อพยพ

ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นภาษีกดดันเม็กซิโกจัดการปัญหาผู้อพยพ

รูปข่าว : ผู้นำสหรัฐฯ ขึ้นภาษีกดดันเม็กซิโกจัดการปัญหาผู้อพยพ

ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ประกาศใช้มาตรการขึ้นภาษีนำเข้ากดดันเม็กซิโกให้แก้ไขปัญหาผู้อพยพจากอเมริกากลางที่เดินทางมุ่งหน้าเข้าสู่สหรัฐอเมริกา พร้อมเผยภาพวิดีโอขณะผู้อพยพลักลอบข้ามพรมแดนเข้าไปในรัฐเท็กซัส

วันนี้ (31 พ.ค.2562) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา เผยแพร่คลิปวิดีโอผ่านทางทวิตเตอร์ เป็นภาพของกลุ่มผู้อพยพที่กำลังลอดรั้วกั้นพรมแดนจากเม็กซิโก เข้ามายังเมืองเอล ปาโซ ในรัฐเท็กซัส ซึ่งทางการสหรัฐอเมริกา ระบุว่า ผู้อพยพกลุ่มนี้มีจำนวนมากกว่า 1,000 คน และเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพบมา

เจ้าหน้าที่หน่วยงานป้องกันพรมแดนและศุลกากรสหรัฐอเมริกา ระบุว่า กลุ่มผู้อพยพทั้งหมดลักลอบเข้ามาในเขตแดนสหรัฐอเมริกา โดยใช้เวลาเพียง 5 นาที ในช่วงเช้ามืดของวันพุธที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น โดยในจำนวนนี้ส่วนมากเป็นชาวกัวเตมาลา ฮอนดูรัส และเอลซัลวาดอร์

 

 

โดยตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่แล้ว เจ้าหน้าที่ลาดตระเวนชายแดนสหรัฐอเมริกาพบกลุ่มผู้อพยพที่มีจำนวนมากกว่า 100 คน ลักลอบเข้าสหรัฐอเมริกามากกว่า 180 กลุ่ม เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าที่มีเพียง 13 กลุ่ม

นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ยังโพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ ระบุว่า จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกอีกร้อยละ 5 เริ่มตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายนเป็นต้นไป เพื่อกดดันให้รัฐบาลเม็กซิโกดำเนินการปราบปรามผู้อพยพที่เดินทางมาจากกลุ่มประเทศในอเมริกากลางมากยิ่งขึ้น

 

 

โดยทรัมป์ขู่ว่าจะปรับเพิ่มอัตราภาษีนำเข้าขึ้นเรื่อยๆ จนกว่าจะเห็นการแก้ไขปัญหาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายที่น่าพอใจ โดยในวันที่ 1 กรกฎาคม อัตราภาษีจะเพิ่มเป็นร้อยละ 10 และเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 5 ทุกๆ ต้นเดือน จนกระทั่งถึงระดับเพดานที่ร้อยละ 25 ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้

 

 

กลับขึ้นด้านบน