ปิดสำรวจด้านในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังฝนตกหนัก

ปิดสำรวจด้านในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังฝนตกหนัก

ปิดสำรวจด้านในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังฝนตกหนัก

รูปข่าว : ปิดสำรวจด้านในถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน หลังฝนตกหนัก

ปิดสำรวจด้านในตัวถ้ำหลวง จ.เชียงราย พรุ่งนี้ 1 มิ.ย.62 หลังฝนเริ่มตกหนัก กรมอุทยานฯ กังวลว่าจะไม่ปลอดภัยต่อทีมสำรวจ สั่งเฝ้าระวังถ้ำแห่งอื่นในช่วงฤดูฝน

วันนี้ (31 พ.ค.62 ) นายจงคล้าย วรพงศธร รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช เปิดเผยว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.62) เป็นต้นไป วนอุทยานถ้ำหลวงขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช จะปิดพื้นที่ด้านในตัวถ้ำหลวง งดการเข้าสำรวจของทุกกลุ่ม เนื่องจากขณะนี้พบฝนเริ่มตกใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และเดือน มิ.ย.เป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูฝน เกรงว่าจะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อการเข้าสำรวจของทีมวิชาการ ซึ่งช่วงที่ผ่านมาจนถึงสัปดาห์นี้มีทีมสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีเข้าสำรวจโครงสร้างถ้ำหลวงเพื่อจัดทำแผนที่ถ้ำหลวงอย่างเป็นทางการ

 

พื้นที่ด้านนอกตัวถ้ำ ยังคงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวตามปกติ แต่เฉพาะด้านในตัวถ้ำหลวงจำเป็นต้องปิดเพื่อความปลอดภัย เพราะโครงสร้างด้านในตัวถ้ำมีความซับซ้อน ซึ่งด้านในตัวถ้ำเท่าที่เดินเข้าไปสำรวจเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนพบว่า ยังมีน้ำซึมหยดลงมาตามเพดาน และผนังถ้ำในบางช่วงตลอดแนวทางเดิน

 

รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวเพิ่มเติมว่า ด้านในตัวถ้ำเท่าที่เดินเข้าไปสำรวจเมื่อ 2 สัปดาห์ก่อนพร้อมกับทีมของนักธรณีจากกรมทรัพยากรฯ ได้สำรวจกันถึงบริเวณที่พบเด็กติดถ้ำในช่วงเหตุการณ์ปีที่แล้ว พบว่า ยังมีน้ำซึมหยดลงมาตามเพดาน และผนังถ้ำในบางช่วง ตลอดแนวทางเดินเพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่นำทางและทีมนักวิชาการที่เข้ามาสำรวจ ทางกรมอุทยานฯ และอธิบดีก็มีความเป็นห่วงความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติหน้าที่

 

 

 

ดังนั้นตั้งแต่วันพรุ่งนี้ (1 มิ.ย.62) จะประกาศปิดการสำรวจด้านตัวถ้ำหลวงเป็นทางการ เพราะหลังจากนี้หากฝนตกหนักอาจส่งผลต่อทิศทางน้ำฝนที่อาจไหลเข้าสู่ตัวถ้ำด้านในตามโครงสร้างถ้ำ ซึ่งเป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่านกลางถ้ำอยู่แล้ว

 

 

นอกจากนี้ กรมอุทยานฯ ยังได้ขอให้เจ้าหน้าที่ประจำวนอุทยาน และอุทยานแห่งชาติทั้งหมด เฝ้าระวังพื้นที่ในความรับผิดชอบในช่วงฤดูฝนนี้โดยเฉพาะพื้นที่ที่ในถ้ำอื่นอยู่ด้วย หลังจากถ้ำหลวงเคยเกิดเหตุน้ำไหลหลากและทำให้เด็กๆ และโค้ช ทีมหมูป่าอะคาเดมีออกจากถ้ำไม่ทัน เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2561 พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าอุทยานปฏิบัติหน้าที่ด้วยความปลอดภัยในการสำรวจพื้นที่

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับการเปิดให้ทีมวิชาการ และนักสำรวจเข้าด้านในตัวถ้ำหลวงเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน มี.ค.62 หลังจากเกิดเหตุเด็กติดถ้ำปีที่แล้ว และทำให้สถานการณ์ขณะนั้นน้ำไหลเต็มเพดานถ้ำและเอ่อล้นออกมาถึงปากถ้ำเป็นเวลาต่อเนื่องนานกว่า 7 เดือน ระดับน้ำจึงลดระดับลงในช่วงเข้าฤดูร้อนปีนี้ และทำให้ทีมสำรวจจากกรมทรัพยากรธรณี นำโดย นายชัยพร ศิริพรไพบูลย์ พร้อมทีมงานกว่า 10 คน ได้เข้าด้านในตัวถ้ำหลวงเพื่อสำรวจต่อเนื่องตั้งแต่ปลายเดือน มี.ค.2562 จนถึงเมื่อวันที่ 28 มิ.ย.2562 ซึ่งจะปิดการสำรวจครั้งสุดท้ายในรอบปีนี้

 

 

ทั้งนี้ ระหว่างการสำรวจในช่วง 27 - 29 พ.ค.ที่ผ่านมา พบว่า มีน้ำเป็นอุปสรรคเป็นแอ่งใหญ่ขวางอยู่บริเวณเลยจากจุดที่พบเยาวชนทีมหมูป่าที่ติดถ้ำไปประมาณ 700 เมตร ซึ่งเป็นจุดสุดท้ายที่ทีมสำรวจเข้าไปได้ถึงเพื่อวางพิกัดการสำรวจไว้ที่ 198 จุด และ เก็บตัวอย่างน้ำ

 

 

ขณะที่การสำรวจภายในตัวถ้ำเส้นทางใหม่จากจุดสามแยกไปทางขวา (Monk's Series) ที่พบว่า มีจุดหลุมยุบที่เชื่อมต่อกับเส้นทางน้ำของห้วยน้ำดั้น ฝั่งดอยผาหมี ซึ่งอยู่ทางเหนือของถ้ำหลวง ทางทีมสำรวจพบอุปสรรค มีแอ่งน้ำขวางทางเช่นกัน และเมื่อประเมินแล้วว่า อาจไม่ปลอดภัย ทำให้ตัดสินใจถอยออกมา ซึ่งเส้นทางใหม่นี้ ทำพิกัดไว้ได้ 44 จุด โดยการสำรวจของทีมธรณีวิทยาดำเนินการภายใต้การขับเคลื่อนของ "คณะกรรมการบริหารจัดการถ้ำแห่งชาติ"

 

 

กลับขึ้นด้านบน