มท.1 สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-ดินถล่ม

มท.1 สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-ดินถล่ม

มท.1 สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-ดินถล่ม

รูปข่าว : มท.1 สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-ดินถล่ม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งการผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด เตรียมพร้อมป้องกันและแก้ปัญหาอุทกภัยและดินถล่ม โดยจัดเตรียมพื้นที่อพยพและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง

วันนี้ (1 มิ.ย.2562) พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะนี้เข้าสู่ฤดูฝนและเริ่มมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อให้การป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและดินถล่มปี 2562 เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ในฐานะผู้อำนวยการจังหวัดดำเนินการ ดังนี้

จัดแผนรับมือน้ำท่วม

  • กำหนดให้มีกลไกศูนย์ประสานการปฏิบัติเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุม สั่งการ พร้อมกำหนดตัวผู้รับผิดชอบ แบ่งมอบภารกิจ หน้าที่ พื้นที่รับผิดชอบให้ชัดเจน
  • จัดตั้งคณะทำงานติดตามสถานการณ์ขึ้นในส่วนอำนวยการของศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพื่อติดตามสภาพอากาศ การบริหารจัดการน้ำ ตลอดจนวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์ หากมีแนวโน้มการเกิดสาธารณภัยสูง ให้เสนอผู้มีอำนาจตามกฎหมายแจ้งเตือนภัยและสั่งอพยพประชาชน
  • แจ้งเตือนภัยประชาชนทั้งในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เช่น สื่อสังคมออนไลน์ วิทยุชุมชน หอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เครือข่ายอาสาสมัคร จิตอาสา โดยให้ความสำคัญกับการส่งข้อมูลการแจ้งเตือนถึงประชาชนอย่างถูกต้อง รวดเร็ว ต่อเนื่อง และทั่วถึง
  • ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบพื้นที่ปลอดภัยให้มีความพร้อมรองรับการอพยพประชาชน ซักซ้อมให้ประชาชนทราบเส้นทางและสถานที่ปลอดภัยที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความปลอดภัยสูงจากกรณีน้ำท่วมขัง น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่มในพื้นที่เชิงเขาหรือพื้นที่ลาดเอียง ตลอดจนคลื่นลมแรงในพื้นที่ริมทะเล ให้มอบหมายหน่วยงานรับผิดชอบในการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว
  • ในพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ให้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลด้านการคมนาคมทางทะเลและการท่องเที่ยว กำหนดมาตรการในการประกาศห้ามการเดินเรือออกจากหรือเข้ามายังฝั่ง หากฝ่าฝืนประกาศหรือคำสั่งของทางราชการให้ดำเนินการทางกฎหมายในทุกกรณี
  • ในจังหวัดที่มีสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ หากมีสถานที่ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดภัย เช่น ถ้ำ น้ำตก ถ้ำลอด ให้สั่งการหน่วยงานรับผิดชอบประกาศแจ้งเตือนปิดกั้นพื้นที่ และห้ามนักท่องเที่ยวหรือบุคคลใดเข้าพื้นที่โดยเด็ดขาด พร้อมจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงภัยดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง

สั่งดูแล-อพยพประชาชนพื้นที่เสี่ยง

พล.อ.อนุพงษ์ เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดกำชับศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินท้องถิ่น และหน่วยงานตามแผนเผชิญเหตุอุทกภัยจังหวัด ดำเนินการจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักรกลสาธารณภัย ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์และพื้นที่ปลอดภัย สำหรับรองรับการอพยพประชาชนให้มีความพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง 

ทั้งนี้ หากเกิดสถานการณ์อุทกภัยขึ้นในพื้นที่ ให้ฝ่ายปกครอง หน่วยทหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เร่งดำเนินการให้ความช่วยเหลือด้านการดำรงชีพแก่ประชาชนที่ประสบภัยตามวงรอบอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเชิญชวนประชาชนจิตอาสามีส่วนร่วมกับภาครัฐในการให้ความช่วยเหลือประชาชน และเร่งการระบายน้ำและการพร่องน้ำออกจากแหล่งน้ำต่าง ๆ หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยและดินถล่ม สามารถแจ้งสายด่วนสาธารณภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง

กลับขึ้นด้านบน