ราคาดีขึ้น! ชาวสวนยางแนะรัฐบาลชุดใหม่ เพิ่มนโยบายกระตุ้นราคา

ราคาดีขึ้น! ชาวสวนยางแนะรัฐบาลชุดใหม่ เพิ่มนโยบายกระตุ้นราคา

ราคาดีขึ้น! ชาวสวนยางแนะรัฐบาลชุดใหม่ เพิ่มนโยบายกระตุ้นราคา

รูปข่าว : ราคาดีขึ้น! ชาวสวนยางแนะรัฐบาลชุดใหม่ เพิ่มนโยบายกระตุ้นราคา

สถานการณ์ราคายางเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้น ราคาเพิ่มขึ้นจาก 3 กก. 100 บาท เป็น 2 กก.100 บาท เกษตรกรต้องการให้รัฐบาลใหม่ หันมาให้ความสำคัญในเรื่องการส่งเสริมเกษตรกร เพื่อลดต้นทุนการผลิต

สถานการณ์ราคายางพาราในวันนี้ (2 มิ.ย.2562) น้ำยางสดมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากต้นปีอยู่ที่ 3 กิโลกรัม 100 บาท ขณะนี้อยู่ที่กิโลกรัมละ 50 บาทเศษ หรือ 2 กิโลกรัม 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่สร้างความอุ่นใจให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง ที่เชื่อว่าราคายางพารามีแนวโน้มที่จะปรับตัวดีขึ้น แม้ราคากิโลกรัมละ 50 บาท จะยังเป็นราคาที่เกษตรกรชาวสวนยางจะประสบปัญหาขาดทุน โดยต้นทุนการผลิตอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาทเศษ

 

นายปรีชา สุขเกษม แกนนำสมาพันธ์เกษตรกรจังหวัดสงขลา ระบุว่า แม้ทิศทางราคายางพาราจะปรับตัวดีขึ้น เกษตรกรเริ่มมีความความหวัง แต่ราคาจะต้องอยู่ที่กิโลกรัมละ 70-80 บาท เกษตรกรถึงจะอยู่ดีกินดี คงต้องร้องขอไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในรัฐบาลชุดใหม่ ให้หันมาให้ความสนใจกับการส่งเสริมเกษตรกร ให้ลดต้นทุนการผลิต อาจจะเป็นการเข้าถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในต้นทุนที่ไม่สูงมากนัก

 

นอกจากนั้น ควรให้เกษตรกรทราบสถานการณ์ที่เป็นจริงในเรื่องราคายางพารา และย้อนกลับหันไปมองการทำสวนยางแบบเดิม ที่ไม่มีต้นทุนมากนัก อาทิ การเลี้ยงโคในสวนยางพารา ซึ่งโคทำหน้าที่ทั้งเครื่องตัดหญ้าและเครื่องผลิตปุ๋ย การทำสวนยางสมัยก่อนจะมีจักรรีดยางเพื่อทำยางแผ่นเก็บสต๊อคเอาไว้ในบ้านเรือน

แต่ปัจจุบันเกษตรกรชาวสวนยางขายน้ำยางสด แม้ราคาต่ำก็ต้องขาย เพราะไม่สามารถเก็บสต๊อคเอาไว้ได้ ดังนั้นจึงมองว่า ทั้งรัฐและเกษตรกร ควรจะปรับตัวไปพร้อมๆ กัน เพื่อให้อาชีพสวนยางพารายังคงเป็นอาชีพที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างยั่งยืน

รัฐต้องกระตุ้นการใช้ยางให้เพิ่มมากขึ้น

นายถนอมเกียรติ ยิ่งฉ้วน เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางพาราจังหวัดตรัง กล่าวว่า ราคายางที่มีการปรับตัวสูงขึ้นขณะนี้ ไม่ได้เกิดจากนโยบายขับเคลื่อนการใช้ยางในประเทศของรัฐบาล เช่น โครงการส่งเสริมการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐ เพราะโครงการนี้ท้ายที่สุด มีหน่วยงานราชการเข้าร่วมน้อยมาก

 

แต่ราคาขยับขึ้นเพราะผลจากความต้องการยางในตลาดกลาง ที่มีการส่งมอบยาง จึงทำให้มีการซื้อการขายเพิ่มขึ้น แต่เชื่อว่าราคาจะไม่สูงไปถึงราคากิโลกรัมละ 60 บาท ตามที่รัฐบาลคาดการณ์ พร้อมมีข้อเสนอแนะไปถึงรัฐบาลใหม่ หากจะให้ราคายางเกิดเสถียรภาพมากขึ้น รัฐบาลใหม่ควรใช้โอกาสขาขึ้นของราคายางนี้ ในการประกาศนโยบายเพิ่มเติม ให้เกิดการใช้ยางในหน่วยงานภาครัฐอย่างจริงจัง และกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ต้องเข้าร่วมโครงการอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดการกระตุ้นการใช้ยางให้มากขึ้น จะทำให้ราคายางเกิดความเสถียรภาพขึ้นได้

 

แต่เชื่อว่าอย่างไรก็ตาม ราคายางพาราไม่มีทางปรับได้สูงถึงกิโลกรัมละ 60 บาท อย่างแน่นอน เพราะขณะนี้หน่วยธุรกิจของการยางแห่งประเทศไทย กลับไม่มีตลาดซื้อ-ขายยาง ไม่มีการประมูลยาง โดยสั่งชะลอการสั่งอัดก้อนยางจากสมาชิก ขณะเดียวกันสหกรณ์จังหวัดมีหนังสือสั่งการห้ามสหกรณ์ สั่งซื้อยางจากบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิก เท่ากับทำให้ช่องทางการระบายยางในตลาดผ่านเครือข่ายชะลอตัว ไม่ดีต่อสถานการณ์อย่างแน่นอน ที่สำคัญรัฐบาลใหม่ก็จะต้องเข้ามากำกับควบคุมการทำงานของผู้บริหาร กยท.อย่างจริงจัง เพราะที่ผ่านมาทำงานเอื้อประโยชน์นายทุน ไม่ใช่ทำเพื่อชาวสวนยาง

 

 

กลับขึ้นด้านบน