นายอำเภอโนนสัง สั่งทุกหมู่บ้านยุติจัดงาน "บุญบั้งไฟ"

นายอำเภอโนนสัง สั่งทุกหมู่บ้านยุติจัดงาน "บุญบั้งไฟ"

นายอำเภอโนนสัง สั่งทุกหมู่บ้านยุติจัดงาน "บุญบั้งไฟ"

รูปข่าว : นายอำเภอโนนสัง สั่งทุกหมู่บ้านยุติจัดงาน "บุญบั้งไฟ"

นายอำเภอโนนสัง จ.หนองบัวลำภู สั่งให้ทุกหมู่บ้านที่ขออนุญาตจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟยุติการจัดงาน หลังเกิดอุบัติเหตุบั้งไฟระเบิด ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 10 คน

วันนี้ (3 มิ.ย.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุบั้งไฟเกิดระเบิดขณะร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟ ที่สนามห้วยหินลาด บ้านหนองเหมือดแอ่ ต.หนองเรือ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 คน ทราบชื่อ คือ นายหนูฤทธิ์ ชัยสิงห์ และมีผู้บาดเจ็บกว่า 10 คน เมื่อช่วงเย็นวานนี้ (2 มิ.ย.)

ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ขณะที่ชาวบ้านจำนวนมากไปรอชมการจุดบั้งไฟอยู่นั้น เซียนบั้งไฟที่เตรียมจะนำบั้งไฟขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 3 นิ้ว หรือ "บั้งไฟหมื่น" ขึ้นจุด ได้ล้างบั้งไฟ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ล้างหางบั้งไฟ เพื่อให้บั้งไฟขึ้นอยู่บนท้องฟ้าได้นาน โดยจะใช้เหล็กเส้นขนาดเล็กแหย่เข้าไปในรูบั้งไฟที่มีดินปืนจนเกิดการจุดระเบิด ทำให้บั้งไฟพุ่งใส่ผู้คนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงในลักษณะแนวราบ

หลังเกิดเหตุ นายพิทักษ์ พิศสิริวัฒนสุทธิ์ นายอำเภอโนนสัง สั่งการให้ทุกหมู่บ้านที่ขออนุญาตจุดบั้งไฟยุติการจุดบั้งไฟ หากหมู่บ้านใดยังจุดบั้งไฟถือว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนคำสั่งและมีความผิดตามกฎหมาย

ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสบางส่วนยังคงพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลหนองบัวลำภู ส่วนผู้ที่ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยและเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลโนนสังและใกล้เคียง อาการเริ่มดีขึ้นและแพทย์อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว

เอาผิด คนจุดบั้งไฟ-ผู้เกี่ยวข้อง 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รอง โฆษก ตร. ระบุว่า พนักงานสอบสวน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานและผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเดินทางไปตรวจสถานที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์ทำการขันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต และได้สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์เบื้องต้นเอาไว้แล้ว สำหรับผู้จุดบั้งไฟดังกล่าว มีความผิดฐาน “กระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายหรือได้รับบาดเจ็บ” ซึ่งพนักงานสอบสวนจะรวบรวมหลักฐาน ผลการตรวจพิสูจน์ จากนั้นจึงจะเรียกผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิดมารับทราบข้อกล่าวหาเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับพื้นที่ที่จัดให้มีการจุดบั้งไฟเนื่องในงานประเพณี ควรมีการขออนุญาตต่อเจ้าหน้าฝ่ายปกครอง ให้ถูกต้องและต้องขออนุญาตก่อนจัดงาน 7 วัน เพื่อที่ท่าอากาศยานจะได้แจ้งให้กับสายการบินและนักบินได้รับทราบ ซึ่งหากไม่มีการขออนุญาตอย่างถูกต้องและมีการตรวจพบก็จะถูกดำเนินคดีตามคำสั่ง คสช. ที่ 27/2559 มีอัตราโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบสนามบินในระดับของการขึ้น-ลงอากาศยาน 15 กิโลเมตร ตามการจัดการจราจรทางอากาศนั้นไม่อนุญาตให้จุดบั้งไฟอย่างเด็ดขาด

 

พ.ต.อ.กฤษณะ ระบุว่า ขอความร่วมมือประชาชนให้ระมัดระวังการจุดพลุ บั้งไฟ รวมไปถึงประชาชนที่เข้าชมประเพณีดังกล่าวด้วย โดยเฉพาะเรื่องขนาดของบั้งไฟที่กำหนด จำนวนการปล่อยบั้งไฟที่ได้รับอนุญาต

ประชาชนต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตา ดูแล ตักเตือน ซึ่งกันและกัน

อีกทั้งห้ามไม่ให้มีการเล่นการพนันบั้งไฟโดยเด็ดขาด หากมีผู้ใดฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะร่วมกับฝ่ายปกครอง ทหาร สั่งยุติกิจกรรมและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ ขอกำชับไปยังผู้ที่มีหน้าที่ในการควบคุมดูแลในการจัดงานประเพณีบุญบั้งไฟในทุกพื้นที่ ขอให้มีมาตรการในการรักษาความปลอดภัย เพื่อป้องกันอุบัติเหตุหรือภยันตรายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนหรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาร่วมงานประเพณีบุญบั้งไฟ รวมทั้งให้มีแผนรองรับในการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ การปฐมพยาบาลเบื้องต้นและการลำเลียงไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่อไป

 

 

กลับขึ้นด้านบน