อนาคตพรรคประชาธิปัตย์วันไร้ "อภิสิทธิ์"

อนาคตพรรคประชาธิปัตย์วันไร้ "อภิสิทธิ์"

อนาคตพรรคประชาธิปัตย์วันไร้ "อภิสิทธิ์"

รูปข่าว : อนาคตพรรคประชาธิปัตย์วันไร้ "อภิสิทธิ์"

ในวันที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ใช่แค่การสูญเสียบุคลากรที่สำคัญของพรรคฯเท่านั้น แต่สังคมยังตั้งคำถามถึงการตัดสินใจร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐว่า สวนทางกับอุดมการณ์พรรคฯ ที่เคยประกาศไว้

เมื่อมติพรรคประชาธิปัตย์ไม่สอดคล้องกับอุดมการณ์ที่เคยประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้งจึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ตัดสินใจประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามพรรค ก่อนประชุมรัฐสภาเพื่อโหวตเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีรอบ 2 เพียงไม่กี่นาที

และแม้ว่ามติของประชาธิปัตย์ ที่พร้อมร่วมรัฐบาลกับพลังประชารัฐ และพร้อมสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับสิ่งที่นายอภิสิทธิ์ เคยประกาศไว้ก่อนการเลือกตั้งอย่างสิ้นเชิง แต่เมื่อสิ่งที่สำคัญกว่ามติพรรค คือสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชนเกือบ 4 ล้านคนที่สนับสนุนพรรคในการเลือกตั้งที่ผ่านมา และอาจบอกได้ว่าการตัดสินใจลาออก เป็นการปิดฉากอุดมการณ์ทางการเมืองร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ ที่นายอภิสิทธิ์ทำงานร่วมกันมากว่า 27 ปี

แม้สมาชิกพรรคทุกคนทำตามมติพรรค โหวต พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ก็ต้องแลกด้วยการลาออกของนายอภิสิทธิ์ ที่ถือเป็นกำลังหลักสำคัญของพรรค และการทำหน้าที่ในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมกับผลกระทบต่อภาพลักษณ์ในด้านลบว่าร่วมกันสืบทอดอำนาจ ไม่ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

แต่ในมุมมองของ นายเทพไท เสนพงษ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ที่ใกล้ชิดกับนายอภิสิทธิ์ และเป็นเสียงข้างน้อยที่ไม่อยากให้ร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชารัฐ ก็ย้ำถึงการตัดสินใจที่ต้องเป็นไปตามมติพรรค หวังว่าการตัดสินใจครั้งนี้จะนำไปสู่การผลักดันนโยบายเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์พรรคให้ดีขึ้น

นายสติธร ธนานิธิโชติ รักษาการ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สถาบันพระปกเกล้า ให้ความเห็นถึงการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ แม้จะตัดสินใจด้วยการลงมติภายในพรรค แต่กำลังเล่นเกมเสี่ยงต่ออนาคตทางการเมืองของพรรค เพราะการร่วมรัฐบาลต้องแลกกับการเสียบุคลากรสำคัญ และความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน พรรคประชาธิปัตย์จึงมีทางเลือกเดียว ต้องเดินหน้าพิสูจน์ตัวเอง ผลักดันนโยบายให้เกิดขึ้นจริง เป็นแกนนำแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง

พรรคประชาธิปัตย์วันนี้ อาจบอกได้ว่ามีความแตกต่างไปจากอดีตเมื่อหลาย 10 ปีก่อน เพราะนอกจากไม่มีคนที่ชื่อนายอภิสิทธิ์ ร่วมอุดมการณ์เคียงคู่กับพรรคแล้ว แต่วันนี้พรรคเริ่มมีการปรับเปลี่ยนสถานที่ เพื่อเปิดทางให้คณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่ บนความคาดหวังของการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำพาพรรคไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้น พร้อม ๆ กับกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ยังรอคอยการกลับมาของคนที่ชื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า อนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ตอนนี้ผูกติดอยู่กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลเต็มตัวแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนถึงอนาคตทางการเมืองของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ บนความคาดหวังว่าจะกลับมาทำงานให้กับพรรคอีกครั้ง จนไปถึงคาดหวังให้ตั้งพรรคการเมืองใหม่ สานต่ออุดมการณ์ขั้วที่ 3 ไม่สืบทอดอำนาจเผด็จการ ไม่ร่วมกับระบอบทักษิณ

 

 

กลับขึ้นด้านบน