ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนตกหนัก กรุงเทพฯ ร้อยละ 60

ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนตกหนัก กรุงเทพฯ ร้อยละ 60

ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนตกหนัก กรุงเทพฯ ร้อยละ 60

รูปข่าว : ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้ ฝนตกหนัก กรุงเทพฯ ร้อยละ 60

นายกฯ สั่ง กทม.เร่งระบายน้ำช่วงฝนตก ด้านผู้ว่าฯ กทม. ระบุวานนี้ (7 มิ.ย.) หลายพื้นที่ฝนเกิน 100 มิลลิเมตรทำน้ำท่วมขังหลายจุด กรมอุตุฯ เตือน ภาคกลาง ตะวันออก ภาคใต้ ฝนตกหนักบางแห่ง กรุงเทพฯ ร้อยละ 60

วันนี้ (8 มิ.ย.62) พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช.ห่วงใยสุขภาพประชาชนในช่วงฤดูฝน โดยขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง ส่วนสถานพยาบาลของรัฐพร้อมให้บริการผู้ป่วยอย่างเต็มที่

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้กรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใช้มาตรการแก้ไขปัญหาจราจรติดขัด โดยเฉพาะการเร่งระบายน้ำในช่วงที่ฝนตก ส่วนจังหวัดอื่นขอให้สำรวจและจัดการกับเส้นทางระบายน้ำ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขัง

 

ฝนตกถล่มกรุงเทพฯ 7 มิ.ย. มากกว่า 100 มิลลิเมตร

ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "ผู้ว่าฯ อัศวิน" สรุปเหตุการณ์ฝนตก วานนี้ 7 มิ.ย.62 ว่า

เวลาประมาณ 14.00 น. มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่กรุงเทพฯ ต่อเนื่องจนถึงเวลาประมาณ 16.00 น. และหยุดตกในเวลาประมาณ 18.00 น. โดยพื้นที่ที่วัดปริมาณฝนโดยเฉลี่ยมากกว่า 100 มิลลิเมตร ได้แก่ เขตปทุมวัน พระนคร ป้อมปราบศัตรูพ่าย พญาไท บางกอกน้อย มีความรุนแรงของฝนประมาณ 130-160 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง

ประกอบกับช่วงเวลาฝนตกได้มีระบบไฟฟ้าขัดข้องที่สถานีสูบน้ำรัชดาวิภาวดี ตั้งแต่เวลา 14.30 น. และที่สถานีสูบน้ำอุโมงค์บางซื่อตั้งแต่เวลา 15.40 น. โดยการไฟฟ้านครหลวงได้แก้ไขระบบไฟฟ้าให้สามารถเดินเครื่องสูบน้ำได้ตามปกติเมื่อเวลาประมาณ 18.15 น.

กทม.ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อเป็นการบรรเทาสถานการณ์เฉพาะหน้า โดยการใช้สถานีสูบน้ำเดิมที่วัดแก้วฟ้า และส่งรถติดตั้งเครื่องสูบน้ำโมบายกระจายเข้าปฏิบัติงานในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะบนถนนวิภาวดีฯฝั่งขาเข้า

 

นอกจากนั้นยังได้ส่งเจ้าหน้าที่พร้อมเครื่องมือ อุปกรณ์เครื่องสูบน้ำ เข้าเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วม จนสถานการณ์คลี่คลายและระดับน้ำลดลงกลับเข้าสู่ภาวะปกติในช่วงเวลาประมาณ 19.00 น.

พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่า กรณีน้ำท่วมขังในพื้นที่ย่านพระราม 9 นั้น ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ส่วนบุคคลของเอกชน ซึ่ง กทม.ได้พยายามประสานขอเข้าไปพัฒนาและปรับปรุงระบบระบายน้ำแล้ว แต่เจ้าของไม่อนุญาต เช่น พระราม 9 ซอย 7 เป็นต้น

หลังระดับน้ำลดลงประชาชนบางส่วนติดค้างบนท้องถนน ได้สั่งการให้ทุก สำนักงานเขตสำรวจเส้นทางที่มีปัญหา และจัดรถพร้อมเจ้าหน้าที่เทศกิจเข้าไปรับ-ส่ง อำนวยความสะดวก และดูแลความปลอดภัยทันที

พล.ต.อ.อัศวิน ระบุว่า บางท่านอาจจะถามว่า สถานการณ์แบบนี้ ผู้ว่าฯไปอยู่ที่ไหน ทำไมไม่ออกมาดูระดับน้ำบนถนน ผมขอเรียนว่า เมื่อวานฝนตกหนักแทบจะครอบคลุมพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ หากผมจะออกไปตรงจุดที่มีปัญหา ก็ไม่สามารถไปได้ครบทุกจุด และรถก็ติดขัดอย่างมาก ออกไปก็จะไปเพิ่มจำนวนรถ เพิ่มปัญหาด้านการจราจรไปอีก ดังนั้นผมจึงอยู่ดูแลและติดตามสถานการณ์ที่ศูนย์ส่วนกลาง เพื่อจะได้บริหารจัดการและแก้ไขปัญหาได้อย่างทั่วถึง

 

"ภาคกลาง-ตะวันออก-ใต้" ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศตั้งแต่เวลา 12.00 วันนี้ ถึง 12.00 วันพรุ่งนี้

ภาคเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน พิษณุโลก กำแพงเพชร ตาก และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 35-37 องศาเซลเซียส


ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 30 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเลย ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส


ภาคกลาง มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และอุทัยธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 34-36 องศาเซลเซียส

ภาคตะวันออก มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 31-36 องศาเซลเซียส 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส 

ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีเมฆมาก กับมีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ และตรัง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส สูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

กรุงเทพฯและปริมณฑล มีเมฆมากกับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-26 องศาเซลเซียส สูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส

กลับขึ้นด้านบน